รูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนในตำบลวัดธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาบริบท สภาพปัจจุบัน ความพร้อมในการ
พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนของวัดธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 2) ศึกษา
องค์ประกอบของการพัฒนารูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนวัดธาตุ อำเภอ
เมือง จังหวัดหนองคาย และ 3) พัฒนารูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนวัดธาตุ อำเภอ
เมือง จังหวัดหนองคาย ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิง คุณภาพ มีผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ 40 รูป/คน และผู้ที่ร่วมสนทนากลุ่มทั้งสิ้น 50 รูป/คน
โดยใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอข้อมูล
เชิงพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบท สภาพปัจจุบัน และความพร้อมในการพัฒนาวัดธาตุ
อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้
ชุมชน เนื่องจากมีบริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น 2) องค์ประกอบ
ของการพัฒนารูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนและ
มีทรัพยากรภูมิปัญญาหลากหลาย เช่น สมุนไพร จักสาน อาหารพื้นบ้าน พร้อมทั้งมีศรัทธาของ
ประชาชนในระดับสูง สภาพปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ว่างเหมาะแก่การจัดกิจกรรม
พระสงฆ์มีวิสัยทัศน์ เปิดกว้างต่อแนวคิดใหม่ ๆ และได้รับการสนับสนุนจากปราชญ์ท้องถิ่น
กลุ่มชุมชน มหาวิทยาลัย กศน. โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ
และทรัพยากร แนวทางพัฒนาเน้นการมีส่วนร่วม เริ่มจากกิจกรรมขนาดเล็กอย่างต่อเนื่องสู่
ระบบจัดการความรู้ 3) รูปแบบตั้งอยู่บนแนวคิด 3 ประการ คือ วัดเป็นฐานการเรียนรู้เพื่อชีวิต
ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ และบูรณาการศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา อาชีพ ประกอบด้วย
5 ด้านหลัก ได้แก่ บริบทพื้นที่และทรัพยากร บุคลากรและการมีส่วนร่วม ฐานการเรียนรู้และ
กิจกรรม ภาคีเครือข่ายสนับสนุน และการจัดการอย่างต่อเนื่อง ใช้กระบวนการ 5 ขั้นจากการ
วิเคราะห์บริบทถึงการประเมินผล จุดเด่นคือการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ความยืดหยุ่น และการ
เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับความรู้สมัยใหม่เพื่อความยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จันทร์ประภา กิติธรรม. (2561). บทบาทของวัดในชุมชนยุคใหม่. ขอนแก่น: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
จิราภรณ์ ทองอินทร์. (2562). การจัดการเรียนรู้ชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. นครราชสีมา:
สำนักพิมพ์ราชภัฏ.
ธวัชชัย มีผล. (2557). วัดและชุมชนในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
พระมหาณัฐกร ณฏฺฐกโร (อุทานนท์) และพระมหาพงศ์ทราทิตย์ สุธีโร. (2566). “ศึกษาการ
พัฒนาวัดเพื่อเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ของชุมชน: กรณีศึกษาวัดศรีคุณเมือง ตำบล
เชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย”. วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 3(3), 124 – 134.
พระมหาเสถียร ถาวรธมฺโม และคณะ. (2566). “รูปแบบการพัฒนาวัดตามแนว 5 ส. ในจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา”. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 12(1), 109 – 123.
พิมพ์ใจ ภูมิวงศ์. (2561). การสร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชนผ่านการเรียนรู้. ขอนแก่น:
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
รัชนี ทองแดง. (2563). การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
วรพงศ์ สุวรรณรัตน์. (2560). แนวทางการพัฒนาชุมชนด้วยศูนย์การเรียนรู้. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
วิมล ชื่นชอบ. (2559). การบริหารจัดการองค์ความรู้ในชุมชนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมฤดี สุนทรกิจ. (2556). เทคนิคการวิจัยเชิงคุณ ภ าพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุธาทิพย์ ยืนยง. (2554). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุนทร คำวงค์. (2560). วัดกับการพัฒนาชุมชน: แนวคิดและกรณีศึกษา. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อภิชาติ ศรีสุวรรณ. (2555). การพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาชุมชน
แห่งชาติ.
Flora, C., & Flora, J. (2 0 1 3 ). Rural communities: Legacy + change (4
thed.).
Boulder, CO: Westview Press.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning
and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Kretzmann, J., & McKnight, J. (1993). Building communities from the inside out:
A path toward finding and mobilizing a community’s assets. Evanston,
IL: ACTA Publications.
Putnam, R. D. (2 0 0 0 ). Bowling alone: The collapse and revival of American
community. New York, NY: Simon & Schuster.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning
organization. New York, NY: Doubleday.