การพัฒนาระบบทำบัตรผู้ป่วยใหม่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล (ThaiD) โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

Main Article Content

วันเพ็ญ รัตนวรรธนะ
ธวัชชัย จันทร์ทิพย์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบทำบัตรผู้ป่วยใหม่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล (ThaiD) โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ 2) ประเมินประสิทธิภาพของระบบ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อระบบ การพัฒนาระบบดำเนินการตามวงจรการพัฒนาระบบ (Software Development Life Cycle: SDLC) ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบระบบ การพัฒนาระบบ การทดสอบระบบ การทดลองใช้และปรับปรุง และการนำระบบไปใช้งานจริง ระบบที่พัฒนาขึ้นเป็นเว็บแอปพลิเคชัน รองรับการเข้าใช้งานผ่านการสแกน QR Code และใช้เทคโนโลยีการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ThaiD เพื่อยืนยันตัวตนและเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาลผ่าน Application Programming Interface (API) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้รับบริการที่ใช้ระบบและยินยอมเข้าร่วมการวิจัยจำนวน 67 ราย โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ระบบทำบัตรผู้ป่วยใหม่ผ่าน ThaiD และแบบสอบถามประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้งานจำนวน 14 ข้อ แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่นมากกว่า 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้งานมีความคิดเห็นต่อระบบในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.79, S.D. = 0.42) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการนำระบบไปใช้ประโยชน์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (x̄ = 4.83, S.D. = 0.38) รองลงมา ได้แก่ ความพึงพอใจโดยรวมของระบบ (x̄ = 4.82, S.D. = 0.39) ด้านคุณภาพของข้อมูล (x̄ = 4.81, S.D. = 0.39) ด้านการออกแบบและความง่ายในการใช้งาน (x̄ = 4.80, S.D. = 0.43) ด้านการให้บริการและการสนับสนุน (x̄ = 4.78, S.D. = 0.45) และด้านประสิทธิภาพของระบบ (x̄ = 4.76, S.D. = 0.45) ตามลำดับ ผลการประเมินสะท้อนว่าผู้ใช้งานเห็นว่าระบบช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการลงทะเบียนและทำบัตรผู้ป่วยใหม่ เพิ่มความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ทั้งนี้ ระบบมีความเหมาะสมสำหรับนำไปใช้สนับสนุนงานเวชระเบียน และสามารถเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของหน่วยบริการสุขภาพอื่นต่อไป

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง. (2567). Thai Digital Identity (ThaiD). กระทรวงมหาดไทย. เรียกใช้เมื่อ 12 มีนาคม 2569 จาก https://thaid.bora.dopa.go.th

กุลฉัตร ยงยืนนาน และคณะ. (2565). การพัฒนาระบบสารสนเทศในการบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยนอกของแพทย์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, 18(2), 43–61.

วิทยา พลาอาด. (2567). การพัฒนาระบบการจองคิวตรวจล่วงหน้าของผู้รับบริการผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลัง จังหวัดสตูล. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 6(3), 21–37.

อัจฉรา กิจเดช และกิตติศักดิ์ แก้วบุตรดี. (2561). QR Code ในประเทศไทยและการ ประยุกต์ใช้ภายในโรงพยาบาลในยุคไทยแลนด์ 4.0. Mahidol R2R e-Journal, 5(2), 51–59.

Ayaz, M., Pasha, M. F., Alzahrani, M. Y., Budiarto, R., & Stiawan, D. (2021). The Fast Healthcare Interoperability Resources (FHIR) standard: Systematic literature review of implementations, applications, challenges, and opportunities. JMIR Medical Informatics, 9(7), e21929. https://doi.org/10.2196/21929

DeLone, W. H., & McLean, E. R. (2003). The DeLone and McLean model of information systems success: A ten-year update. Journal of Management Information Systems, 19(4), 9–30. https://doi.org/10.1080/07421222.2003. 11045748

Healthcare Information and Management Systems Society. (2023). Digital Health Transformation Framework. เรียกใช้เมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 จาก https://www. himss.org

Health Level Seven International. (2023). FHIR Release 5 (Version 5.0.0) . เรียกใช้ เมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 จาก https://hl7.org/fhir/R5/

Kendall, K. E., & Kendall, J. E. (2019). Systems Analysis and Design (10th ed.). Pearson.

Ludwick, D. A., & Doucette, J. (2009). Adopting electronic medical records in primary care: Lessons learned from health information systems implementation. Healthcare Quarterly, 12(1), 84–86.

World Health Organization. (2021). Global Strategy on Digital Health 2020–2025. เรียกใช้เมื่อ 1 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.who.int/publications/i/item /9789240020924