การพัฒนาแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ รูปแบบ Cloze-Elide สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อพัฒนาแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษรูปแบบ Cloze-Elide และ 2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษรูปแบบ Cloze-Elide ตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม และทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ ตัวอย่างวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จำนวน 100 คน โดยสุ่มแบบแบ่งชั้น สำหรับตรวจสอบคุณภาพตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม และกลุ่มที่ 2 จำนวน 560 คน โดยสุ่มแบบหลายขั้นตอน สำหรับตรวจสอบคุณภาพตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษรูปแบบ Cloze-Elide การวิเคราะห์คุณภาพดำเนินการตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม และทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบด้วยโมเดลแบบ 2 พารามิเตอร์ (2PL)
ผลการวิจัย พบว่า 1) แบบทดสอบฉบับเบื้องต้นมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.60 - 1.00 และ 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม พบว่า มีข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์ 55 ข้อ มีค่าความยากง่าย (p) 0.21 - 0.63 ค่าอำนาจจำแนก (r) 0.48 - 0.84 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.98 และผลการตรวจสอบคุณภาพตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ พบว่า มีข้อสอบฉบับจริงผ่านเกณฑ์ 34 ข้อ โดยมีค่าพารามิเตอร์อำนาจจำแนก (a) 1.00 - 2.50 ค่าพารามิเตอร์ความยาก (b) -0.45 - 0.53 มีค่าสารสนเทศรายข้อสูงสุดอยู่ในช่วงระดับความสามารถ (θ) -0.40 ถึง 0.40 โดยฟังก์ชันสารสนเทศรวม ให้ค่าสารสนเทศสูงสุด 31.12 ณ ระดับความสามารถ (θ) 0 และความคลาดเคลื่อนมาตรฐานต่ำที่สุด 0.18
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). แนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ข้อมูลนักเรียนมัธยมศึกษา. (2568). ข้อมูลจำนวนนักเรียนโรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. เรียกใช้เมื่อ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://school.webactivity.net/s12568/?page=dashboard
จันทรพิมพ์ รังษี. (2565). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการใช้เทคนิค SQ6R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง. ใน การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร
ปรารถนา พลอภิชาติ. (2556). การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรพรรณ โตโภชนพันธุ์. (2565). การสร้างแบบทดสอบวินิจฉัยหลายตัวเลือกสี่ลำดับขั้น เพื่อศึกษามโนทัศน์ที่คลาดเคลื่่อนในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องจำนวนตรรกยะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ.
แวววัน มนูธาราม. (2564). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้วิธีการสอนอ่านของเมอร์ด็อก (MIA) ร่วมกับเทคนิคหมวก 6 ใบ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2563). ทฤษฎีการทดสอบแนวใหม่ = Modern test theories. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2568). รายงานผลการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567 เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. เรียกใช้เมื่อ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://www.niets.or.th/th/content/view/26778
สังวาลย์ โพนพุทธ. (2556). การพัฒนาแบบวัดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 21. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สุพรรษา ศรประเสริฐ. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีโครงสร้างความรู้และแนวคิดการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรรชนิดา หวานคง. (2559). การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 21 English Teaching in the 21st Century. วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, 7(2), 303-314.
Alderson, J. C. (2000). Assessing Reading. Cambridge: Cambridge University Press.
Anderson, R.C.(1985). Role of the reader’s schema in comprehension learning and memory. In H. Singer & R.R Ruddle (Eds.), Theoretical models and process on reading. Delaware International Reading Association.
Bowen, M. (1978). Family therapy in clinical practice. Jason Aronson.
Holster, T. (2017). Cloze-elide as a classroom reading test. Shiken, 21(2), 1-19.
Rilling, S., & Dantas-Whitney, M. (Eds.). (2009). Authenticity in the language classroom and beyond: Adult learners. TESOL.
Sattarpour, S., & Ajideh, P. (2014). Investigating the Relatedness of Cloze-Elide Test, Multiple-Choice Cloze Test, and C-test as Measures of Reading Comprehension.Journal of English Language Teaching and Learning, 13(Spring & Summer 2014), 89-112.
Thornbury, S. (2005). Beyond the sentence: Introducing discourse analysis. (3rd ed.). Macmillan.
Tomlinson, B., & Masuhara, H.(2018).The complete guide to the theory and practice of materials development for language learning.Wiley Blackwell.
Zare, S., & Boori, A. A. (2018). Psychometric Evaluation of the Speeded Cloze-Elide Test as a General Test of Proficiency in English as a Foreign Language. International Journal of Language Testing, 8(2), 33-43.