ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับและการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์ : กรณีศึกษาจังหวัดชุมพรและระนอง

Main Article Content

กษิรา วิเชียร
วิจิตรา ศรีสอน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่ส่งผลต่อการยอมรับและการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์
(2) เพื่อประเมินบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ในการกำหนดวาระการประชุมและการกำหนดนโยบาย และ (3) เพื่อตรวจสอบกลยุทธ์การสื่อสารและการรณรงค์ที่ใช้โดยผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านนโยบาย ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในจังหวัดชุมพรและระนอง จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ระดับความคิดเห็น วิเคราะห์
ข้อมูลด้วย การถดถอยพหุคูณ และ การถดถอยอย่างง่าย


ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์สูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (β = -0.567, p < .001) โดยปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมร่วมกันพยากรณ์การยอมรับและการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์ได้ร้อยละ 30.5 (R² = .305) (2) กลุ่มผลประโยชน์ไม่มีอิทธิพลในการกำหนดวาระการประชุมและการกำหนดนโยบาย (β = 0.098, p = .051) จึงไม่ยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์สามารถอธิบายความแปรปรวนของการยอมรับและการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์ได้เพียงร้อยละ 1.0
( R² = .010) (3) กลยุทธ์การสื่อสารและการรณรงค์ที่ใช้ มีผลต่อการยอมรับและการต่อต้านนโยบายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยร่วมกันพยากรณ์การยอมรับและการต่อต้านนโยบายโครงการแลนด์บริดจ์ได้ร้อยละ 31.5 (R² = 0.315) ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับนโยบาย ได้แก่ สื่อสนับสนุน (β = 0.315, p < .001) และการลดอิทธิพลข้อมูลจากฝ่ายคัดค้าน (β = 0.259, p < .001) ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการต่อต้านนโยบาย ได้แก่ การเปิดเวทีรับฟังเสียงของประชาชน (β = -0.343, p < .001) ข้อเสนอแนะจากการวิจัยมุ่งหวังให้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับผู้บริหารนโยบายในการปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เสริมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมที่โปร่งใส และพัฒนาแนวทางการสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กุลธน ธนาพงศธร. (2522). การบริหารรัฐกิจเปรียบเทียบ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ และคณะ. (2562). การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน. สถาบันพระปกเกล้า. เรียกใช้เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2568 จาก http://wiki.kpi.ac.th/ index.php?title=การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2550). นโยบายสาธารณะ. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2554). นโยบายสาธารณะ: แนวความคิดการวิเคราะห์และกระบวนการ. (พิมพ์ครั้งที่ 22). กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2566). รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 2 โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อ

พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน. กระทรวงคมนาคม.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2567). รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่ง ระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์). กรุงเทพฯ: สภาผู้แทนราษฎร.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2562). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (9) ประเด็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ (พ.ศ. 2561 – 2580). ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Dye, T. R. (2002). Understanding public policy. (10th ed.). Prentice-Hall.

Easton, D. (1981). The political system. Knopf.

Kingdon, J. W. (2003). Agendas, alternatives, and public policies. (2nd ed.). textbf{Addison-Wesley Educational}.

Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge University Press.