การพัฒนาหลักสูตรเสริมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการหลักสูตรเสริมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมการคิดตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อพัฒนาและหาคุณภาพหลักสูตรเสริมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดตามแนวคิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้ระเบียบวิจัยแบบวิจัยและพัฒนา โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสานวิธี ผู้วิจัยกำหนดระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลระห่วาง เดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2568 ถึงเดือนมีนาคม พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาความต้องการ คือ นักเรียน จำนวน 44 คน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 7 คน ผู้ทรงคุณวุฒิในวิพากษ์หลักสูตรหลักสูตร จำนวน 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินคุณภาพหลักสูตร จำนวน 5 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม ประเด็นสนทนากลุ่ม แบบประเมินความสอดคล้องและเหมาะสมของหลักสูตร
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาความต้องการและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรเสริมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดตามแนวคิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และนักเรียนมีความต้องการในการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในชุมชนผ่านแนวทางการพัฒนาหลักสูตรเสริมใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดตามแนวคิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมทักษะการคิดที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2) ผลการพัฒนาหลักสูตรเสริม พบว่า กระบวนการพัฒนาหลักสูตร มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การศึกษาความต้องการ และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน 2) การออกแบบ 3) การตรวจสอบคุณภาพ 4) การนำหลักสูตรไปใช้ 5) การประเมินหลักสูตร 6) การปรับปรุงหลักสูตร โดยหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นประกอบด้วย มี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1)หลักการ 2) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 3) โครงสร้างหลักสูตร 4) แนวทางนำหลักสูตร ไปใช้ 5) แผนการจัดการเรียนรู้ 6) สื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ 7) การวัดผลประเมินผล โดยผลการประเมิน ความเหมาะสมของหลักสูตร ภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.87, SD = 0.05)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กนกวรา พวงประยูงค์. บทบาทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนายกระดับวิสาหกิจชุมชนไทย. วารสารพัฒนศาสตร์, 1(1), 220- 252.
กมล สุดประเสริฐ. (2537). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน. กรุงเทพฯ:สํานักงานโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2554.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัศดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2564). การพัฒนาหลักสูตร. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560. (2561). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 79 ก หน้า 1-13. (31 กรกฎาคม 2560)
วิจารณ์ พานิช. (2557). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2543). กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาหลักสูตร. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมราช.
วุฒิชัย เทียมยศ. (2563). การจัดการเรียนรู้ท้องถิ่นศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศุภชัย เหมือนโพธิ์. (2559). การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สรัล สุวรรณ และ ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้การคิดเชิงออกแบบร่วมกับชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการออกแบบงานทัศนศิลป์ท้องถิ่นตามแนวคิดเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Good, C. V. (1973). Dictionary of Education. (3rd ed.). McGraw – Hill Book Inc.
Taba, H. (1962). Curriculum Development and Theory and practice. Harcourt, Brace & World.