การพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กรณีศึกษาเพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการคิด อย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีคุณภาพเหมาะสม 2) เปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา 3) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านหนองขาม ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 16 คน เครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) สื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t (t-test dependent)
ผลการวิจัยพบว่า
- 1. สื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพมากที่สุด โดยมีคุณภาพด้านสื่อ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.92, S.D. = 0.29 ) และคุณภาพด้านเนื้อหา อยู่ในระดับคุณภาพมากที่สุด ( = 4.86, S.D. = 0.30)
- 2. ความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนและหลังเรียนด้วยสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อโมชันกราฟิกแบบมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.93 , S.D. =0.25)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ทักษิณา สุขพัทธี และทรงศรีสรณสถาพร. (2560). การศึกษาแนวทางการออกแบบโมชันกราฟิกที่ส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(1), 261-268.
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 26). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภานุชนาฎ นรินทร์. (2564). การพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน. ในวิทยานิพนธ์. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2563). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
อารีนา อารยะกุล. (2560). การออกแบบโมชั่นกราฟิกเพื่อการสื่อสารและการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ardianto, D. T., Wicaksono, A. R., Mataram, S., & Widayat, R. (2024). Nirmana motion graphic video: Innovation in learning design principles and elements. MUDRA Jurnal Seni Budaya, 39(1), 112-117.
Brookfield, S. D. (2012). Teaching for critical thinking: Tools and techniques to help students question their assumptions. San Francisco,CA: Jossey-Bass.
Facione, P. A. (1990). Critical thinking: A statement of expert consensus for purposes of educational assessment and instruction (The Delphi Report). Millbrae, CA: American Philosophical Association.
Kaffah, L. S., Haryono, H., & Utanto, Y. (2023). The effectiveness of the problem-based learning model assisted by stop-motion animation videos in improving the critical thinking abilities of elementary school students. Harmoni Sosial: Jurnal Pendidikan IPS, 10(2), 143-152.
Khurunun, K., & Saengthongdee, T. (2023). Guidelines for preventing cyber crime in Thailand. Journal of Legal Entity Management and Local Innovation, 9(6), 327-340.
Pamekas, B. W., & Irawan, N. (2024). The influence of motion graphics on user experience in interactive media. Proceeding of International Conference on Science, Health, andTechnology, 522-526.