ความฉลาดทางดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอตระการพืชผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของความฉลาดทางดิจิทัล 2. ศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 4 คน ครูผู้สอน จำนวน 127 คน และบุคลากรทางการศึกษาสายสนับสนุนการสอน จำนวน 26 คน จำนวน 158 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ อยู่ระหว่าง .50 - .86 และ .42 - .80 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .98 และ .97 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การจัดเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจําเป็น (PNImodified) และการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อหาความถี่
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของความฉลาดทางดิจิทัล โดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ความฉลาดทางดิจิทัล โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการจำเป็นของความฉลาดทางดิจิทัล ด้านสูงสุด คือ ด้านการคิดวิเคราะห์มีวิจารณญาณที่ดี และ 2) ข้อเสนอแนะการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัล ที่สำคัญ 3 ประการแรก ได้แก่ (1) ผู้บริหารควรบรรจุวาระการแบ่งปันเทคนิคการคัดกรองข้อมูลในการประชุม PLC ของครู เพื่อให้ครูแต่ละกลุ่มสาระร่วมกันสังเคราะห์วิธีคัดเลือกสื่อการสอนดิจิทัลที่มีคุณภาพ (2) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูเน้นกิจกรรมกลุ่ม การทดลอง หรือการลงมือปฏิบัติที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเพียงอุปกรณ์สนับสนุน ไม่ใช่สื่อหลักตลอดทั้งคาบ เพื่อลดอาการสมาธิสั้นและพฤติกรรมติดหน้าจอ และ (3) ผู้บริหารควรจัดทำช่องทางลับทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นการคุกคามออนไลน์ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเหตุได้โดยไม่ต้องระบุตัวตน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กำเพลิง พันธุ์ดี และคณะ. (2567). กลยุทธ์การพัฒนาครูด้านความฉลาดทางดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(1), 190-204.
เจริญ ราคาแก้ว. (2563). ความฉลาดรู้ดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ. ใน การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา. (2560). การรู้เท่าทันการสื่อสารกับการขับเคลื่อนวาระปฏิรูปสังคมไทยในยุคดิจิทัล. วารสารสุทธิปริทัศน์, 31(97), 21-33.
มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน. (2563). ความฉลาดทางดิจิทัล (DQ Digital Intelligence). (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: วอล์ค ออน คลาวด์.
รุ่งฤดี ศิริ และคณะ. (2565). สภาพความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัลสำหรับ ครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 12(3), 1–16.
วสันต์ พินิจมนตรี และวัลลภา อารีรัตน์. (2567). แนวทางการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกหนองคาย. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(4), 190–205.
วิภาภรณ์ ห้วงเกษม. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดจันทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
สันติกร รักสองหมื่น. (2561). การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก โดยการใช่ยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิผล โรงเรียนตระพังพิทยาคม. กระทรวงศึกษาธิการ. เรียกใช้เมื่อ 11 พฤษภาคม 2568 จาก http://research.otepc.go.th/files/ฉบับสมบูรณ์_f42qweof.pdf
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ. (2567). รายงานผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567. อุบลราชธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). แนวทางการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัลของผู้เรียนทุกช่วงวัย: กรณีศึกษาของต่างประเทศและประเทศไทย (ฉบับเข้าใจง่าย). สมุทรปราการ: เอส.บี.เค. การพิมพ์.
DQ Institute. (2017). Digital intelligence (DQ): A conceptual framework & methodology for teaching and measuring digital citizenship. Retrieved June 2, 2025, from https://www.dqinstitute.org/what-is-dq
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.