ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบาย การท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง

Main Article Content

ศิตา ทิพย์กัน
รวิภา ธรรมโชติ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง และ 2) ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบโครงการการท่องเที่ยวและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง การวิจัยเป็นเชิงคุณภาพ ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่มกับกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกแบบเจาะจง กลุ่มประชากรที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและกิจกรรมไนท์รันในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง จำนวน 32 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงอุปนัย


ผลการวิจัย พบว่า 1) ลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทองมีลักษณะเป็นพลวัตตามบริบทพื้นที่ โดยมีทั้งรูปแบบที่อาศัยกลไกเชิงระบบและกติกากลาง และรูปแบบที่ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์และความไว้วางใจ ทั้งนี้ นโยบายระดับชาติเน้นการดำเนินงานเชิงระบบ ขณะที่กิจกรรมเชิงพื้นที่เน้นความเป็นหุ้นส่วนและการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม อีกทั้ง ยังพบความแตกต่างของศักยภาพพื้นที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรม และความร่วมมืออาจมีความเปราะบางหากการดำเนินกิจกรรมต้องพึ่งพิงแรงจูงใจทางการเงินหรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมากเกินไป 2) วิเคราะห์รูปแบบโครงการการท่องเที่ยวและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทองเป็นรูปแบบโครงการการท่องเที่ยวและปัจจัยที่ส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกทางการเงินและระบบดิจิทัล ซึ่งมีความรวดเร็วแต่ยืดหยุ่นต่ำ และรูปแบบกิจกรรมเชิงพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นสูงแต่ต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความร่วมมือ ได้แก่ ความชัดเจนของนโยบาย ความพร้อมด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี ทุนทางสังคม ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ทั้งนี้ ความสำเร็จของนโยบายไม่ได้จำกัดเพียงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ แต่รวมถึงความยั่งยืนของความร่วมมือ การกระจายประโยชน์ และการรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง ในเชิงนโยบาย ควรปรับนโยบายดิจิทัลสู่แนวทางเชิงพื้นที่ที่ยืดหยุ่น ลดความเหลื่อมล้ำ เสริมบทบาทระดับจังหวัด และจัดตั้งกลไกพี่เลี้ยงดิจิทัล พร้อมยกระดับความร่วมมือรัฐ–เอกชนให้มีความเป็นสถาบันและมีเสถียรภาพ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2568). ข้อมูลกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมไนท์รัน. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://www.tat.or.th

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2565). สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2565 (จำแนกตามภูมิภาคและจังหวัด) (Domestic Tourism Statistics Q1-Q4 (Classify by region and province)). เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://www. mots.go.th/news/category/766

กลุ่มพัฒนาวิชาการโรคติดต่อ. (2564). สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://ddc.moph.go.th

สมบัติ กุสุมาวลี. (2567). ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิชาการ.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (2563). รายงานสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https:// ayutthaya.mots.go.th

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง. (2564). รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://angthong.mots.go.th

_______. (2566). ข่าวสาร, ข่าวสารล่าสุดจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด อ่างทอง. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://angthong.mots.run/

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. (2565). โครงการเราเที่ยวด้วยกัน. เรียกใช้เมื่อ 25 เมษายน 2569 จาก https://www.fpo.go.th

Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative Governance in Theory and Practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.

Bryson, J. M., Crosby, B. C., & Stone, M. M. (2006). The design and implementation of cross-sector collaborations: Propositions from the literature. Public Administration Review, 66(s1), 44-55.

Buhalis, D. & Law, R. (2008). Progress in Information Technology and Tourism Management: Twenty Years on and 10 Years after the Internet: The State of Etourism Research. Tourism

Grimsey, D., & Lewis, M. K. (2017). Public-private partnerships: The worldwide revolution in infrastructure provision and project finance. Edward Elgar Publishing.

Goggin, M. L., Bowman, A. O., Lester, J. P., & O'Toole, L. J. (1990). Implementation theory and practice: Toward a third generation. Scott Foresman. Management, 29, 609-623. http://dx.doi.org/10.1016/j.tourman. 2008.01.005

Hodge, G. A., & Greve, C. (2007). Public-Private Partnerships: An International Performance Review. Public Administration Review, 67, 545-558. https://doi.org/10.1111/j.1540-6210.2007.00736.x

Howlett, M., Ramesh, M., & Perl, A. (2020). Studying public policy: Policy cycles and policy subsystems (4th ed.). Oxford University Press.

Mazmanian, D. A., & Sabatier, P. A. (1983). Implementation and public policy. Scott Foresman.

Michael Lipsky. (1980). Street - Level Bureaucracy : Dilemmas of the Individual in Public Service. New York: Russell Sage Foundation.

Paul Bierman. (1978). The study of macro and micro implementation of social policy. Journal of Revista Brasileira de Politicas Publicase Internacionais, 2(2), 176-180 doi: https://shorturl.asia/h576H

Skelcher, C., Navdeep, M., & Smith, M. (2005). The public governance of collaborative spaces: Discourse, design and democracy. Public Administration, 83(3), 573-596.

UNWTO. (2023). Tourism Definitions and Categories: Global Guidelines. Madrid: World Tourism Organization.