สมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11

Main Article Content

ณรงค์ฤทธิ์ เนาวิรัตน์
สมัคร ไวยขุนทด
สุวิจักขณ์ มั่นสารนียธรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 2) เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จำแนกตามระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และตำแหน่ง 3) ศึกษาแนวทางสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่า IOC ระหว่าง 0.80 – 1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง  สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ค่าเอฟ และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่


          ผลการวิจัยพบว่า


  1. สมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

  2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จำแนกตามระดับการศึกษา ตำแหน่ง โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  3. แนวทางสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 ประกอบด้วย ด้านสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เฉพาะทาง ด้านสมรรถนะด้านเทคโนโลยีช่วยสอนและสื่อการเรียนรู้ ด้านสมรรถนะด้านการประสานงานเครือข่ายและชุมชน และด้านสมรรถนะด้านการวิจัยและนวัตกรรม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). นโยบายและแนวทางการจัดการศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

นัฎฐา เครือวิเสน และปณตนนท์ เถียรประภากุล. (2568). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 8. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ, 14(1), 45–60.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก (19 สิงหาคม 2552).

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก (6 เมษายน 2560).

วงษ์สุฤทธิ์ ณัฏฐพงศ์ และสัพโส ณัฏฐพล. (2568). นวัตกรรมการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรทางการศึกษาในยุคดิจิทัลฝ่าวิกฤตความเปลี่ยนแปลง. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 14(1), 112–128.

สมคิด บางโม. (2561). การบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สพฐ.

สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2567). สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ. เรียกใช้เมื่อ 30 ตุลาคม 2568 จาก http://special.obec.go.th/

David McClelland. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Richard Boyatzis. (1982).The Competent Manager: A Model for Effective Performance. New York: Wiley.