แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารงานบุคคล กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 และ 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล ของกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และเจ้าหน้าที่ กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 2 ปีการศึกษา 2568 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 65 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของผู้บริหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 3.67 , S.D. = 0.36) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า วิธีการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ด้านอื่น ๆ อยู่ในระดับมากทุกด้าน
2. สภาพปัจจุบันการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
(x ̅ = 3.71 , S.D. = 0.26) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า วิธีการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ด้านอื่น ๆ อยู่ในระดับมากทุกด้าน 3. แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาลของกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 ควรกำหนดนโยบายด้านการบริหารงานบุคคลที่ยึดหลักธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง และการสร้างมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการสรรหา บรรจุแต่งตั้ง การประเมินผล และพัฒนาบุคลากรโดยยึดหลักความโปร่งใสความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วม สรุปมาสามร้อยคำ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จันทรานี สงวนนาม. (2545). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: บุ๊ค พอยท์.
ฉัตรมงคล สูงเนิน. (2563). แนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
ถวิล อรัญเวศ. (2556). การปฏิรูปการศึกษา โรงเรียนเป็นฐานการบริหารจัดการ. กรุงเทพฯ: เสนา ธรรม.
ธงชัย สันติวงษ์. (2537). องค์การและการบริหาร. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2558). พุทธวิธีในการบริหาร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระใบฎีกาขจรวิทย์ กิตฺติปญโญ (กิจขยัน). (2569). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2. ใน สารนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมชาย เกษม. (2562). การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุนทร สายคำ. (2560). ภาวะผู้นำของผู้บริหารในมุมมองของผู้ใต้บังคับบัญชา. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 4(2), 24–30.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2546). หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
สุพิณ เกชาคุปต์. (2544). การจัดการปฏิบัติงาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อดิศร เพียงเกษ. (2551). วิธีเอาชนะใจคน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Armstrong, M. (2006). A handbook of human resource management practice. (10th ed.). London: Kogan Page.
Group of Network Schools Zone 8, Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area Office 2. (2025). Basic information and educational management context. Ubon Ratchathani: n.p.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 707–710.
United Nations Development Programme. (1997). Governance for sustainable human development. New York: United Nations Development Programme.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308