รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนภูคาวิทยาคม

Main Article Content

สิทธิพล พรมมินทร์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ สภาพการดำเนินงานสภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนภูคาวิทยาคม 2) สร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้น เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบและความต้องการจำเป็น โดยสังเคราะห์เอกสารและสำรวจความคิดเห็นจากครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง จำนวน 152 คน (2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน (3) ทดลองใช้รูปแบบกับครูและนักเรียนโรงเรียนภูคาวิทยาคม จำนวน 242 คน และ (4) ประเมินรูปแบบ โดยศึกษาความเป็นประโยชน์จากครู 16 คน และศึกษาความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่าง 152 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น


          ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการดำเนินงาน การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ ครอบคลุมการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ ด้านปลอดยาเสพติดและอบายมุข ด้านปลอดสื่อลามกอนาจาร ด้านปลอดการพนัน และด้านปลอดการทะเลาะวิวาท โดยสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง แต่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนความจำเป็นในการพัฒนาเชิงระบบและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นใช้วงจร PHUKA–SAFE Cycle 6 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดนโยบาย การประสานความร่วมมือบ้าน–โรงเรียน–ชุมชน การเฝ้าระวังเชิงรุก การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิต การดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟู และการประเมินเพื่อพัฒนา โดยผู้ทรงคุณวุฒิประเมินว่ารูปแบบมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่าการดำเนินงาน                ด้านการป้องกันยาเสพติดและอบายมุขอยู่ในระดับมากที่สุด พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนลดลง ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้มแข็งขึ้น และโรงเรียนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก 4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า ผู้ปกครองมีความพึงพอใจและครูเห็นว่ารูปแบบมีความเป็นประโยชน์ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานศึกษาอื่นได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). คู่มือการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

เกษม วัฒนชัย. (2553). การบริหารการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

กัญญารัตน์ นามวิเศษ. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนใน สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. น่าน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2.

กิตติพงศ์ นาคทอง. (2563). การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขในโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.

จิราภรณ์ ศรีชัย. (2565). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา, 18(2), 45–58.

ชิรวัฒน์ นิจเนตร. (2560). การบริหารสถานศึกษา: แนวคิด ทฤษฎี และการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธีรพงษ์ ชูพันธ์. (2562). การพัฒนาการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. น่าน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2.

ธีรวัฒน์ พงศ์ภาณุพัฒน์ และคณะ. (2565). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อป้องกันการเสพสารเสพติดของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์. ศรีสะเกษ: โรงพยาบาลศรีสะเกษ.

ธีระ รุญเจริญ. (2560). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2558). การประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นภัสวรรณ ศรีสุวรรณ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันยาเสพติดของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 16(2), 85–98.

นิพนธ์ เสริมสุวรรณ. (2561). การวิจัยและพัฒนารูปแบบทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2559). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.

ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2562). หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2556). การพัฒนารูปแบบการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2561). ผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มงคล สุขจิตร และคณะ. (2566). เปรียบเทียบปัจจัยภูมิคุ้มกันพฤติกรรมเสี่ยงการใช้สารเสพติดของนักเรียน. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 5(2), 60–71.

โรงเรียนภูคาวิทยาคม. (2567). รายงานการประเมินตนเอง (SAR) ปีการศึกษา 2566. น่าน: เอกสารอัดสำเนา.

ศุภลักษณ์ รักภักดี. (2558). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ศุลีวงศ์ สนสุผล, สุรีย์ จันทรโมลี และประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2561). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันการเสพสารเสพติดในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดบุรีรัมย์. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32. บุรีรัมย์.

สมคิด บางโม. (2558). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

สันติ บุญภิรมย์. (2557). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. (2564). แผนพัฒนาการศึกษา. น่าน: เอกสารอัดสำเนา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. (2565). แผนปฏิบัติการป้องกันยาเสพติด. น่าน: เอกสารอัดสำเนา.

สุกานดา จันทวารีย์, และสุทธิพันธ์ อรัญญวาส. (2560). กลยุทธ์การป้องกันยาเสพติด. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 17(3), 389–401.

สุพัตรา ใจกล้า และคณะ. (2562). การพัฒนารูปแบบการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน. ใน ดุษฎีนิพนธ์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2558). ภาวะผู้นำทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิทย์ มูลคำ. (2552). นวัตกรรมทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อภิรมย์ สินชุม. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหาร การศึกษาแห่งประเทศไทย, 4(4), 1–14.

Botvin, G. J., & Griffin, K. W. (2016). Life skills training: Empirical findings and future directions. Journal of Primary Prevention, 37(2), 107–121.

Bush, T. (2020). Theories of educational leadership and management. (5th ed.). London: Sage.

Faggiano, F., Minozzi, S., Versino, E., & Buscemi, D. (2018). Universal school-based prevention for illicit drug use. Cochrane Database of Systematic Reviews, (2), CD003020.

Fullan, M. (2016). The new meaning of educational change. (5th ed.). New York, NY: Teachers College Press.

Hargreaves, A. (2017). Leading from the middle: Spreading learning, well-being, and identity across Ontario. Council of Ontario

Directors of Education: Toronto Canada.

Ivancevich, J. M., Konopaske, R., & Matteson, M. T. (2014). Organizational behavior and management. New York, NY: McGraw-Hill.

van den Akker, J. (2013). Curricular development research as a specimen of educational design research. In T. Plomp & N. Nieveen (Eds.), Educational design research: Part A: An introduction (pp. 52–71). Enschede, The Netherlands: Netherlands Institute for Curriculum Development (SLO).

Joyce, B., & Calhoun, E. (2004). Models of learning: Tools for teaching. Open University Press.

Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2015). Models of teaching. (9th ed.). Boston, MA: Pearson.

Likert, R. (2009). New patterns of management. New York, NY: McGraw-Hill.

Newton, N. C., Teesson, M., Vogl, L. E., & Andrews, G. (2020). Preventing adolescent substance use: A school-based intervention. Addictive Behaviors, 103, 106228.

Onrust, S. A., Otten, R., Lammers, J., & Smit, F. (2016). School-based programmes to reduce and prevent substance use in different age

groups: A systematic review and meta-regression analysis. Clinical Psychology Review, 44, 45–59.

Robbins, S. P., & Coulter, M. (2016). Management. (13th ed.). Boston, MA: Pearson.

van den Akker, J., Gravemeijer, K., McKenney, S., & Nieveen, N. (2013). Educational design research. Enschede, Netherlands: SLO.