การออกแบบสื่อโมชันกราฟิกเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี (HIV) ให้กับมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ (Aids Access Foundation) สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 : กรณีศึกษากลุ่มเสี่ยงอายุระหว่าง 25-49 ปี ในพื้นที่ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบโมชั่นกราฟิกเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี (HIV) และ 2) ศึกษาระดับความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็นสองระยะ ได้แก่ ระยะที่หนึ่งเป็นการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาเอชไอวีและการสื่อสารสุขภาพ เพื่อนำข้อมูลมาสังเคราะห์และพัฒนาเป็นสื่อโมชั่นกราฟิกเรื่อง Banana Land ซึ่งใช้ตัวละครการ์ตูนรูปกล้วยเป็นสัญลักษณ์เชิงนามธรรมในการถ่ายทอดข้อมูลด้านสุขภาพที่มีความอ่อนไหว และระยะที่สองเป็นการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายกลุ่มตัวอย่างในการประเมินความพึงพอใจประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มเสี่ยงอายุ 25–49 ปี และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินความพึงพอใจต่อสื่อโมชั่นกราฟิก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สื่อโมชั่นกราฟิกที่พัฒนาขึ้นสามารถถ่ายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีได้อย่างเหมาะสม โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านตัวละครเชิงสัญลักษณ์ช่วยลดความตึงเครียดและการตีตราทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นกับผู้รับสาร ผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญมีความพึงพอใจสูงสุด รองลงมาคือกลุ่มเสี่ยงอายุ 25–49 ปี และกลุ่มเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ซึ่งให้ความสำคัญกับด้านการออกแบบและเทคนิคการนำเสนอ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). Health Data Center. เรียกใช้เมื่อ 27 เมษายน 2567 จาก https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php
กรมอนามัย. (2568). รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในไทย ปี 2568. กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมโรค. (2566). สถานการณ์เอชไอวี ประเทศไทย ปี 2566. กระทรวงสาธารณสุข.
กมลรัฐ อินทรทัศน์, ปิยฉัตร ล้อมชวการ และ สราวุฒิ ทองศรีคำ. (2567). นวัตกรรมการสื่อสาร. เรียกใช้เมื่อ 20 ธันวาคม 2568 จาก https://smartmooc.org/courses/ coursev1:HAPPYU+HAPPYU03+HAPPYU03/about
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. นนทบุรี: พีบาลานซ์ ดีไซน์ แอนด์ ปริ๊นติ้ง.
ณัฎฐาพร ใจแสน. (2567). การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท วีพรีซิชั่นคลินิก. ใน สารนิพนธ์ปริญญาวารสารศาสตรบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.
วาสนา จันทร์สว่าง. (2550). การสื่อสารสุขภาพ: กลยุทธ์ในงานสุขศึกษาและการสร้างเสริมสุขภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
วีรศักดิ์ นาชัยดี, สุภาภรณ์ ศรีดี และ สันทัด ทองรินทร์. (2566). การจัดการสื่อสารสุขภาพแบบมีส่วนร่วมโรคไม่ติดต่อ. วารสารรัชตภาคย์, 17(52), 467–481.
ศูนย์รวมข้อมูลสารสนเทศด้านเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีของประเทศไทย. (2566). HIV Info HUB. กองโรคเอดส์และ
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข. จาก https://hivhub.ddc. moph.go.th/
ศูนย์รวมข้อมูลสารสนเทศด้านเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีของประเทศไทย. (2567). HIV Info HUB. กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. จาก https://hivhub.ddc. moph.go.th/
อติเวศย์ อังกูร, ศรีดี สุภาภรณ์ และ บุญศิริ กัญญา. (2025). โซเชียลมีเดียกับการสื่อสารความเสี่ยงโรคแอนแทรกซ์ ปี 2025. วารสารศึกษาศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา, 4(1), 36–46.
Corrigan, P. W., Morris, S. B., Michaels, P. J., Rafacz, J. D., & Rüsch, N. (2012). Challenging the public stigma of mental illness: A meta-analysis of outcome studies. Psychiatric Services, 63(10), 963–973.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Kreuter, M. W., Lukwago, S. N., Bucholtz, D. C., Clark, E. M., & Sanders-Thompson, V. (2013). Achieving cultural appropriateness in health promotion programs: Targeted and tailored approaches. Health Education & Behavior, 30(2), 133–146.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/CBO9780511811678.