ผลของการใช้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต

Main Article Content

สงกรานต์ งอมสระคู
ปวีณา อ่อนใจเอื้อ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เพื่อเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต ซึ่งเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม จำนวน 66 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต      2) แบบวัดกรอบความคิดแบบเติบโตชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต 4) แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน    โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโตหลังเข้าร่วมกิจกรรมและต่อผู้วิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าสถิติพาราเมตริก และการวิเคราะห์เนื้อหา


  ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนจากแบบวัดกรอบความคิดแบบเติบโตในระยะหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05    2) กลุ่มทดลองมีคะแนนจากแบบวัดกรอบความคิดแบบเติบโตในระยะหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนกลุ่มทดลองมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบโต อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

จารุวรรณ มุ่งเอื้อมกลาง. (2566). การพัฒนาหลักสูตรสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา, 21(1), 74–90.

จุฬาลักษณ์ ทิพวัน และคณะ. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้กรอบความคิดแบบเติบโต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 26(2), 119–133.

ธมลวรรณ หีบแก้ว. (2565). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคกลุ่มร่วมมือแข่งขันร่วมกับสื่อความเป็นจริงเสริมเพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ปิยนุช ธรรมสุทธิ์, วิวัฒน์ เพชรศรี และภูวิดล บัวบางพลู. (2567). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผู้สัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมะขามสรรเสริญ. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 18(1), 40–50.

ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2540). จิตวิทยาพัฒนาการ: ชีวิตทุกช่วงวัย. (พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สิริลักษณ์ บัวคง และคณะ. (2566). ผลการใช้กิจกรรมแนะนำเพื่อพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโตในการจัดการอารมณ์และความเครียดของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 8(1), 40–50.

อิทธิเดช ปราศรัยงาม, เยาวลักษณ์ สุตะโคตร และธวัชชัย ไพใหล. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 10(38), 125–135.

Dweck, C. S. (2006). Mindset: The new psychology of success. Random House.

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2003). Social interdependence: The interrelationships among theory, research, and practice. American Psychologist, 58(11), 931–945.