บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยจากการระรานทางไซเบอร์และข้อมูลเท็จในระดับมัธยมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยจากการระรานทางไซเบอร์และข้อมูลเท็จในระดับมัธยมศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์ที่เด็กไทยมีความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ถึง 60% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยผลการศึกษา พบว่า บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาควรครอบคลุมกลยุทธ์เชิงรุกใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย 1. ด้านการวางนโยบายและโครงสร้าง ผู้บริหารต้องเปลี่ยนบทบาทจากการใช้อำนาจสั่งการเป็นการสร้างระบบกำกับดูแลที่มีส่วนร่วม ผ่านการจัดทำธรรมนูญดิจิทัลร่วมกับภาคีเครือข่าย การพัฒนาระบบรายงานเหตุแบบนิรนามเพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้ง และการลงทุนในระบบคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน 2. ด้านการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและนักเรียน มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลโดยพัฒนาครูให้เป็นที่ปรึกษาดิจิทัลที่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนของนักเรียนที่ถูกระราน การส่งเสริมโมเดลเพื่อนช่วยเพื่อนผ่านสภานักเรียนดิจิทัล และการบูรณาการหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อให้เกิดทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริง และ 3. ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยเน้นความร่วมมือกับผู้ปกครองผ่านโครงการบ้านและโรงเรียน โดยการทำบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจไซเบอร์และนักจิตวิทยา เพื่อการระงับเหตุและเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างพื้นที่สื่อสารเชิงบวกเพื่อเป็นแบบอย่างการใช้เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ ทั้งนี้ การดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย” ที่ยั่งยืนประกอบด้วยโครงสร้างที่ปลอดภัย สมรรถนะการรู้เท่าทัน กลไกการเฝ้าระวัง และวัฒนธรรมการให้เกียรติบนโลกออนไลน์ โดยมีรากฐานมาจากทฤษฎีระบบนิเวศวิทยา ภาวะผู้นำทางเทคโนโลยี และความเป็นพลเมืองดิจิทัล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นภาวรรณ อาชาเพ็ชร และวรัชญ์ ครุจิต. (2564). บทบาทของสื่อดิจิทัล ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการรังแกผ่านโลกไซเบอร์ในกลุ่มเยาวชนไทย และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 16(2), 191-204.
สำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. (ม.ป.ป.). หลักสูตรการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อของประชาชนเพื่อการใช้ ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์. เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2569, จาก https://bcpconsumerrights.nbtc.go.th/assets/knowledge/document/%E0%B8%AB%E%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8 %95%E0%B8%A3%20MeLit%20Project.pdf
อัจฉรา นิยมาภา. (15 มีนาคม 2569). กลยุทธ์ของผู้บริหารและระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย. (สุทธิพงศ์ เสมสูงเนิน, สัมภาษณ์)
อมรรัตน์ แดงสาย. (2566). พฤติกรรมการใช้สื่อไซเบอร์ในยุคดิจิทัลของวัยรุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ที่ส่งผลต่อการเกิดภัยคุกคามรุนแรงทางสังคม. ใน การค้นคว้าอิสระมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Amnesty International. (2021). Cyberbullying. Retrieved March 20, 2026, from https://www.amnesty.or.th/blog/2021/06/cyberbullying- %E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B 8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A5% E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8 %A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD/
Bogossian, T. (2025). Digital Adolescence: The Current Reality. Retrieved March 20, 2026, from https://doi.org/10.52793/ACMR.2025.6(2)-104
Bronfenbrenner, U. (1977). Bronfenbrenner’s Ecological Systems Theory. Searched when March 20, 2026, from https://explorable.com/ecological- systems-theory
ISTE Standards. (2018). ISTE Standards: For Education Leaders. RetrievedMarch 20, 2026, from https://iste.org/standards/education-leaders
Ribble, M. (2021). The Digital Citizenship Handbook for School Leaders. Retrieved March 20, 2026, from https://iste.org/blog/essential-elements-of-digital-citizenship
UNESCO. (2013). Media and Informational Literacy: Policy and Strategy Guidelines. Retrieved March 20, 2026, from https://www.unesco.org/ en/media-information-literacy