เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล

Main Article Content

พระมหาประเวศ ปญฺญาทีโป (ยังเหล็ก)

บทคัดย่อ

หนังสือ “เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล” โดย เสริมสิน สมะลาภา เป็นงานเขียนที่นำเสนอแนวทางการทำความเข้าใจพระพุทธศาสนาผ่านกรอบคิดเชิงเหตุผลและการใคร่ครวญอย่างมีระบบ ผู้เขียนมุ่งอธิบายหลักธรรมสำคัญโดยเชื่อมโยงกับตรรกะ ความเป็นเหตุเป็นผล และประสบการณ์จริงของมนุษย์ มากกว่าการยึดถือศาสนาในเชิงความเชื่อหรือพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว เนื้อหาของหนังสือช่วยให้ผู้อ่านเห็นความสัมพันธ์ระหว่างหลักธรรมกับกฎธรรมชาติ โดยเฉพาะหลักอริยสัจ ไตรลักษณ์ และปฏิจจสมุปบาท ซึ่งสามารถอธิบายได้อย่างสอดคล้องกับเหตุผลสากล ผู้เขียนยังชี้ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ หากแต่สนับสนุนการตั้งคำถาม การพิสูจน์ และการตรวจสอบด้วยตนเอง หนังสือเล่มนี้จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้อ่านเข้าถึงพุทธธรรมอย่างมีวิจารณญาณ ลดความงมงาย และเสริมสร้างความเข้าใจศาสนาในฐานะระบบแห่งปัญญาที่นำไปสู่การพัฒนาชีวิตและสังคมอย่างยั่งยืน


สำหรับหนังสือเล่มนี้ พิมพ์ครั้งที่ 10 รูปเล่มหนังสือมีขนาด 140 x 210 x 10 มม. น้ำหนัก 200 กรัม ชนิดกระดาษเป็นสีขาวถนอมสายตา จัดทำโดย เสริมสิน สมะลาภา พิมพ์ที่ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2568 พิมพ์จำนวน 4,000 เล่ม เนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนี้ มีจำนวนทั้งหมด 10 หัวข้อ จำนวน 110 หน้า ลักษณะรูปเล่ม ใช้โทนปกหน้าสีขาว เขียนชื่อหนังสือว่า  “เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล” ล่างสุดเป็นชื่อของผู้เขียนคือ เสริมสิน สมะลาภา ส่วนปกด้านหลังเป็นพื้นสีขาวมีตัวหนังสือเขียนว่า คำอนุโมทนา จาก สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) เมื่อผู้เขียนได้เขียนต้นฉบับหนังสือ เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล แล้วเสร็จผู้เขียนได้มีโอกาสส่งต้นฉบับให้ท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) ดูเนื้อหาในภาพรวม ท่านได้ส่งจดหมายตอบกลับ พร้อมคำอนุโมทนา ดังนี้ ขออนุโมทนาว่า โดยสาระสำคัญ เป็นการจับที่เนื้อตัวแท้ ๆ ของพระพุทธศาสนา อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองเมื่อตรัสรู้ใหม่ๆ ว่า ตรัสรู้อิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท หรือปัจจยาการ หรือว่าทรงรู้ “สเหตุรมม์” คือ ธรรมพร้อมทั้งเหตุ และ “ขยํ ปจจยานํ อเวทิ” ได้ทรงทราบความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลายพร้อมทั้งได้ทรงดำเนินการปฏิบัติให้กระบวนการดับปัจจัยทั้งหมดสำเร็จด้วยการเกิดมีวิชชา เรื่องไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็อยู่ในนี้ ครอบคลุมสภาวะทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งรูปธรรม และนามธรรม อริยสัจ 4 ก็อยู่ที่นี่จึงเป็นความตรงเรื่องที่จะเข้าใจ และได้ประโยชน์จากพระพุทธศาสนา มีข้อสำคัญอย่างหนึ่งอยู่ในการศึกษาหลักธรรมนี้ ซึ่งเกี่ยวกับ free will ด้วย คือ will จะเอาอะไร จะมุ่งไปทางไหน จะเป็นไปอย่างไร
ย่อมขึ้นต่อลักษณะอาการ แง่มุม แนว ระดับของอวิชชา แล้วด้วยปัญญาที่พัฒนารู้ทั่วตลอดชัดขึ้น ๆ ในที่สุด วิชชาก็จะทำให้ free from will โดยที่คนก็จะเป็น “ปญญาชีวี” (อยู่ด้วยปัญญา) ผู้มีการกระทำที่เป็นกิริยา โดยไม่เป็นกรรม อาตมาคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นส่วนที่สำคัญในปัจจยาการ อาตมาขอพูดเกี่ยวกับเรื่องที่มาถึงปัจจุบันเพียงเท่านี้ก่อน และขอะขออนุโมทนา คุณเสริมสิน สมะลาภา อีกครั้งหนึ่ง ที่ได้เพียรพยายามจริงจังในการส่งเสริมชักพาประชาชนให้ศึกษาตรงจุดที่เนื้อตัวแท้ของพระพุทธศาสนา ขอเจริญพรและอนุโมทนา สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) 25 สิงหาคม 2567 สำหรับข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ คือ เสริมสิน สมะลาภา, เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล, พิมพ์ครั้งที่ 10, (กรุงเทพมหานคร: บรษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)), 2568. ISBN : 978-616-616-565-4

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

บรรจบ บรรณรุจิ. (2545). ปฏิจจสมุปบาท. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: พรบุญการพิมพ์.

พระพุทธโฆสเถระ.(2546). คัมภีรวิสุทธิมรรค แปลโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์. (พิมพครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: ประยูรวงศพริ้นติ้ง.

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี. (2561). เบญจขันธ์กับการพัฒนาชีวิต. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ.

พุทธทาสภิกขุ. (2558). อริยสัจจากพระโอษฐ์. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2561). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 33). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์ ในเครือบริษัท สำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม จำกัด.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2561). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 50). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์ ในเครือบริษัท สำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม จำกัด.

เสริมสิน สมะลาภา. (2568). เข้าใจพุทธศาสนาด้วยเหตุผล. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: บรษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน).