A DEVELOPMENT OF CRITICAL THINKING SKILLS IN THE QUANTITATIVE DATA ANALYSIS AND PRESENTATION IN THE BASIC MATHEMATICS SUBJECT, MATHAYOMSUKSA 6 STUDENTS, USING A CONSTRUCTIVIST LEARNING MANAGEMENT WITH COOPERATIVE LEARNING USING STAD TECHNIQUES (C-STAD 5 STEPS LEARNING MODEL)

Main Article Content

Wattana Prasanthong

Abstract

This research and development aimed to 1) develop a learning plan on the quantitative data analysis and presentation in the basic mathematics subject,  mathayomsuksa 6 students by constructivist learning management with collaborative learning using STAD techniques (C-STAD 5 Steps Learning Model, 2) study the efficiency of this learning plan, 3) compare learning achievement of students before and after learning using this learning plan, and 4) study of students' satisfaction with using this learning plan. The research had 3 phases. The population and sample are divided according to the phases as follows: Phase 1 develop a learning plan, Key informant groups using purposive sampling to 9           qualified persons, Phase 2 study the efficiency of learning plan, using purposive sampling to 41 student samples, Phase 3 study of academic achievement and satisfaction, determined samples by G*Power Version 3.1.9.4 to 44 student samples with group sampling.  The research instruments include interview forms, learning plan suitability assessment questionnaires, tests, and satisfaction questionnaires. Data were analyzed by content analysis, percentages, means, standard deviations, and a dependent t-test.


          The research results found that:


          1)  The learning plan on the quantitative data analysis and presentation in the basic mathematics subject by organizing constructivist learning together with collaborative learning using STAD techniques had 5 steps: step 1: activate prior knowledge; step 2: knowledge construction; step 3: practice & peer teaching; step 4: assessment; step 5: reflection & transfer. The suitability of this learning plan was at the highest level.


          2)  The efficiency of this learning plan was 82.23/80.38.


          3)  After studying with this learning plan, students' academic achievements were significantly higher than before at the 0.05 level of significance.


          4)  Students were highly satisfied with this learning plan.

Article Details

Section
Article

References

จันทร์ ติยะวงศ์. (2564) ได้ศึกษาผลการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร พหุนาม ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, 10(1), 34-45.

ทิพย์สุดา สรณะ ปิยะธิดา ปัญญา และไพศาล วรคำ. (2566). การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะของครูด้านการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาการคานวณ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 13(2), 20-31.

ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นิพนธ์ ฝ่ายบุญ และอุไร ซิรัมย์. (2566). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับวิธีเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD, 6(2), 663-680.

ปิยะพร นิตยารส. (2562). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา เรื่อง อสมการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ในปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ฝ่ายงานวิชาการโรงเรียนวิทยานุกูลนารี. (2567). รายงานการประเมินตนเองประจำปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนวิทยานุกูลนารี. เพชรบูรณ์: โรงเรียนวิทยานุกูลนารี.

ภัทรพร คล้ายสมบูรณ์. (2565). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับกลวิธีSTAR ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. (2566). ความเป็นมาและระบบการจัดการศึกษาไทย. นราธิวาส: มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์.

เยาวรัช ทองเสริม. (2567). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง จำนวนเชิงซ้อน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดการเรียนรู้ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(3), 312-335.

ราตรี บุญเกลี้ยง. (2567). การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้รายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์. วารสารวิชาการและวิจัยสหวิทยาการ, 4(1), 267-286.

รุงฤดี ศิริบุรี. (2561). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องสถิติชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สิริราช ถูกดี และพรรณวิไล ดอกไม้. (2565). การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านเพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับวิธีเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 16(3), 270-280.

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

Cohen, A. (1992). Antecedents of Organizational Commitment across Occupational Group: A. Meta-Analysis. Journal of Organizational Behavior, 92(13), 539-554.

Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A. G. (2009). Statistical power analysis using G* Power 3.1: Tests for correlation and regression analysis. Behavior research methods, 41(4), 1149-1160.