การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ และ 3. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยแบบเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2568 ที่เรียนรายวิชาพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบถามความพึงพอใจ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องที่คำนวณได้มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.8 – 1.00 ค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ปฏิสัมพันธ์ (ฉันทะ) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสนทนาถาม - ตอบ (วิริยะ) ขั้นตอนที่ 3 นำเสนอผลงาน (จิตตะ) ขั้นตอนที่ 4 ขั้นประเมินผลข้อมูล (วิมังสา) ประสิทธิภาพของแแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ ( ) 80.25 / ( ) 82.25 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านชำแระกลาง จังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ทวน ดุนขุนทด. (2555). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองไทยที่ดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. ใน ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พระจีระพัฒน์ จิรวฑฺฒโน (ชาวเวียง). (2563). การสอนสังคมศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดอมรินทราราม กรุงเทพมหานคร. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอนสังคมศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต). (2558). การสร้างสรรค์ประชาธิปไตย. กรุงเทพมหานคร: คู่แข่งธุรกิจ.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2558). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระใบฎีกาธีรศักดิ์ สุธีโร (น้อยอ่อน). (2563). ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักไตรสิกขาในพระพุทธศาสนาเพื่อ การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โรงเรียนกระสังพิทยาคม ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์. ใน ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิภาพรรณ พิมลา. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมี: หน้าที่วิจารณญาณสําหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารปาริชาต, 30(1), 210.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2559). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
สุมน อมรวิวัฒน์. (2547). การพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวพุทธศาสตร์: ทักษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.