ความตระหนักด้านแฟชั่น อิทธิพลทางสังคม คุณค่าการชอปปิง เชิงอารมณ์ และภาวะกลัวพลาดด้านแฟชั่น ต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นในเขตกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของความตระหนักด้านแฟชั่นที่มีต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น 2) ศึกษาผลของอิทธิพลทางสังคมที่มีต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น 3) ศึกษาผลของคุณค่าการชอปปิงเชิงอารมณ์ที่มีต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น และ 4) ศึกษาผลของภาวะกลัวพลาดด้านแฟชั่นที่มีต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคที่มีประสบการณ์ซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มแบบตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความตระหนักด้านแฟชั่นมีอิทธิพลเชิงลบต่อความตั้งใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (Beta = -0.112, p < 0.05) เนื่องจากผู้บริโภคที่มีความตระหนักด้านแฟชั่นสูงมุ่งเน้นความเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพสินค้า ทำให้ลดความตั้งใจซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นที่มีการผลิตซ้ำจำนวนมาก 2) อิทธิพลทางสังคมมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อมากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (Beta = 0.485, p < 0.05) 3) คุณค่าการชอปปิงเชิงอารมณ์มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (Beta = 0.241, p < 0.05) และ 4) ภาวะกลัวพลาดด้านแฟชั่นมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อเป็นลำดับที่สองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (Beta = 0.315, p < 0.05)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม. (2567). Fast Fashion กับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม. กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม. เรียกใช้เมื่อ 25 มิถุนายน 2569 จาก https://www. nesdc.go.th/wordpress/wpcontent/uploads/2025/08/Fast_Fashion_Q2_2567.pdf
กัญจ์ภัส สุรัชนพพรสิน และจรัชวรรณ จันทรัตน์. (2568). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้หญิงวัยทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร. วารสารการวิจัยนวัตกรรมการจัดการธุรกิจ, 2(2), 26–46.
พนิดา ตันศิริ. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ของกลุ่มเจเนอเรชัน Z ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 28(1), 55-68.
พีรยุทธ์ พัฒน์ธนญานนท์. (2561). อิทธิพลของคนรอบข้างที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(1), 10–18.
สมบูรณ์ นันแก้ว และคณะ. (2568). อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเหตุผล แรงจูงใจด้านอารมณ์ ความน่าเชื่อถือของเจ้าของเพจ และการส่งเสริมการขายที่ส่งผลต่อพฤติกรรม การซื้อแบบฉับพลันของเครื่องแต่งกายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ของผู้บริโภคในเชียงใหม่. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 3(2), 1193–1220.
สมาภรณ์ นวลสุทธิ์ และคณะ. (2569). อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชัน Z. วารสารบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 15(1), 136–159.
อังคาร คะชาวังศรี และสมชาย เล็กเจริญ. (2568). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าแฟชั่นอย่างต่อเนื่องบน แอปพลิเคชันช้อปปี้ของผู้บริโภคเจเนอเรชันวายในประเทศไทย. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(2), 1–12.
Ajzen, I. (1985). From Intentions to Actions: A Theory of Planned Behavior. In J. Kuhl & J. Beckmann (Eds.), Action Control (pp. 11–39). Springer Berlin Heidelberg. https://doi.org/10.1007/978-3-642-69746-3_2
Askari, M., & Rashid, R. M. (2024). FOMO: A hazard or an opportunity, its impact on Fashion Buying, with the Mediating effect of anxiety and the role of Conspicuous sharing : FOMO and Fashion Buying. Journal of Business & Tourism, 10(02), 39–55. https://doi.org/10.34260/jbt.v10i02.300
Babin, B. J., et al. (1994). Work and/or Fun: Measuring Hedonic and Utilitarian Shopping Value. Journal of Consumer Research, 20(4), 644–656. https://www.jstor.org/stable/2489765
Bakewell, C., & Mitchell, V.-W. (2006). Male versus female consumer decision making styles. Journal of Business Research, 59(12), 1297–1300.
Bartosiak, A., et al. (2025). Fear of missing out, social media influencers, and the social, psychological and financial wellbeing of young consumers. PLOS One, 20(4), e0319034. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0319034
Caro, F., & Martínez-de-Albéniz, V. (2015). Fast Fashion: Business Model Overview and Research Opportunities. In N. Agrawal & S. A. Smith (Eds.), Retail Supply Chain Management: Quantitative Models and Empirical Studies (pp. 237–264). Springer US. https://doi.org/10.1007/978-1-4899-7562-1_9
Cochran, W. G. (1977). Sampling Techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.
Fernandes, S., & Panda, R. (2023). The role of reference group influence: A benchmarking study with working and non-working groups. IIMB Management Review, 35(4), 405–417. https://doi.org/10.1016/j.iimb.2023. 10.002
Plume, C. J., et al. (2017). Chapter 5—Self-Construals. In Social Media in the Marketing Context (pp. 93–127). Chandos Publishing. https://doi.org/ 10.1016/B978-0-08-101754-8.00005-5
Rokhadi. (2023). The Role of Social Media Influencers in Influencing Consumption Patterns: Microeconomic and Market Change Perspectives. Technology and Society Perspectives (TACIT), 1(3), 148–155. https://doi.org/10.61100/ tacit.v1i3.182
Roy, A. (2020). A Comprehensive Guide for Design, Collection, Analysis and Presentation of Likert and other Rating Scale Data: Analysis of Likert Scale Data. Independently published.
Solomon, M., et al. (2002). Consumer Behaviour: A European Perspective. Edinburgh Gate: Pearson Education Ltd, 36–49.
Sprotles, G. B., & Kendall, E. L. (1986). A Methodology for Profiling Consumers’ Decision‐Making Styles. Journal of Consumer Affairs, 20(2), 267–279. https://doi.org/10.1111/j.1745-6606.1986.tb00382.x