การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา 2) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา จำแนกตามตำแหน่ง ระดับการศึกษา และขนาดของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3) เพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ครูผู้สอนและผู้ปกครอง สังกัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาปีการศึกษา 2568 จำนวน 191 คน แบ่งเป็น ครูผู้สอน จำนวน 15 คน และผู้ปกครอง จำนวน 176 คน แบบสอบถาม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test)
ผลการวิจัย พบว่า (ผลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยและผลการทดสอบสมมติฐานของการวิจัย)
- การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการสื่อสารกับโรงเรียน รองลงมาคือ ด้านการเป็นอาสาสมัคร ด้านการอบรมดูแลเด็กที่บ้าน ด้านการเรียนรู้ที่บ้าน และด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตามลำดับ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการร่วมมือกับชุมชน
- ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา จำแนกตาม ตำแหน่ง โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นด้านการอบรมดูแลเด็กที่บ้าน และด้านการสื่อสารกับโรงเรียนไม่แตกต่างกัน เมื่อจำแนกตาม ระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นด้านการเป็นอาสาสมัคร การเรียนรู้ที่บ้าน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการร่วมมือกับชุมชน ไม่แตกต่างกัน และเมื่อจำแนกตาม ขนาดของสถานศึกษาโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นด้านการเป็นอาสาสมัครด้านการเรียนรู้ที่บ้าน ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และด้านการร่วมมือกับชุมชน ไม่แตกต่างกัน
- แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครูผู้สอนในการบริหารการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1) ด้านการอบรมดูแลเด็กที่บ้าน 2) ด้านการสื่อสารกับโรงเรียน 3) ด้านการเป็นอาสาสมัคร 4) ด้านการเรียนรู้ที่บ้าน 5) ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 6) ด้านการร่วมมือกับชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ณาตยา แถวพันธ์. (2024). พื้นที่ศึกษา: โรงเรียนบ้านโนนหนองสิม โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่บ้าน.
ปิ่นแก้ว จิตรโคตร และคณะ. (2024). พื้นที่ศึกษา: ศูนย์เด็กเล็กบ้านหนองกุดแคน จังหวัดนครพนม การประเมินการจัดประสบการณ์แบบ 3 ดี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545.
พิมพ์ดี ธัญพิชชญา. (2021). การพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก ใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ.
สงแก้ว ณ., อ่อนคง ส., วีระพรกานต์ บ. (2023). พื้นที่ศึกษา: ศูนย์เครือข่ายการศึกษา เขต พื้นที่นครศรีธรรมราช เขต 2 รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย.
Kinship involvement in Thailand. (2025). การใช้ข้อมูล MICS–Thailand 2022 สำรวจบทบาทของเครือญาติในพัฒนาการเด็ก
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Responsive early childhood parenting, preschool enrollment, and student outcomes. (2025). การใช้ข้อมูล TIMSS 2019 วิเคราะห์ทั่วโลก (52 ประเทศ) via HLM พบว่าการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในวัยปฐมวัย