ความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนภาษาอังกฤษด้วยเทคนิคการสอน Six Writing Steps ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการเรียนด้วยเทคนิคการสอน Six Writing Steps 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิคการสอน Six Writing Steps และ 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการสอน Six Writing Steps เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดาวนายร้อย จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ รวม 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอน Six Writing Steps จำนวน 6 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษแบบอัตนัย จำนวน 20 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ เครื่องมือทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent)
ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการสอน Six Writing Steps มีความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษหลังเรียน (𝑥̅ = 15.11) สูงกว่าก่อนเรียน (𝑥̅ = 7.73) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษโดยรวมหลังเรียน (𝑥̅ = 3.05) สูงกว่าก่อนเรียน (𝑥̅ = 1.56) จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกด้าน 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการสอน Six Writing Steps โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.84) แสดงให้เห็นว่าเทคนิคการสอน Six Writing Steps สามารถพัฒนาความสามารถในการเขียนประโยคภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนภาษาอังกฤษได้เป็น อย่างดี
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤษณา สถิตเกิด. (2565). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค Six Writing Steps ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ณัฐชยา สมมาศเดชสกุล และคณะ. (2565). ผลของการสอนเขียนแบบเน้นกระบวนการที่มีต่อความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 24(1), 45-58.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Brookes, A. & Withrow, J. (1988). Writing: A process approach. Melbourne: Longman Cheshire.
Byrne, D. (1982). Teaching writing skills. London: Longman.
Faraj, A. K. A. (2015). Scaffolding EFL students’ writing through the writing process approach. Journal of Education and Practice, 6(13), 131-141.
Ha, T. T. (2021). Effects of process-genre approach on EFL students’ writing performance and attitudes. International Journal of Instruction, 14(3), 431-448.
Harmer, J. (2004). How to teach writing. Harlow: Pearson Education.
Hassan, I., et al. (2021). The effect of structured learning approach on ESL learners’ writing performance. Asian Journal of University Education,17(2), 78-89.
Khatib, M. & Meihami, H. (2015). The effect of process-based writing on EFL learners’ writing accuracy and fluency. Theory and Practice in Language Studies, 5(4), 768-776.
Trilling, B. & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco: Jossey-Bass.