การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายแพ่ง และกฎหมายอาญา ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7 โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา เรื่อง กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 48 คน ได้มาโดยการเลือกอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน จำนวน 2 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ จำนวน 2 ฉบับ มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.8 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ 5 หมายถึงผู้ตอบมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง ผู้ตอบมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง ผู้ตอบมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ2 หมายถึงผู้ตอบมีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย และระดับ 1 หมายถึง ผู้ตอบมีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานช่วยส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งและคดีอาญา รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงเนื้อหากฎหมายกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการมีส่วนร่วมในกิจกรรม การทำงานกลุ่ม และการเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กรรณิการ์ ทองรุ่ง, และคณะ. (2565). การจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุกโดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจความวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน และคณะ. (2565). การจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมความเป็นนวัตกรและผลงานสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน. วารสารมนุษยสังคมสาร, 20(2), 89–110.
เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2557). Active learning กับการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
เพ็ญแข วงศ์วาน. (2563). แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. วารสารการวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 15(2), 123–135.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2530). การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพมหานคร:สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร.
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปี พุทธศักราช 2567. โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานผลการจัดทำข้อเสนอแนวทางการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร:กระทรวงศึกษาธิการ.
หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
อำไพวรรณ ทรัพย์ศิริ. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบ ABL เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 27(1), 88–102.
Anwer, F. (2019). Activity-based teaching, student motivation and academic achievement. Forman Christian College.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.