การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี 2) เพื่อเปรียบเทียบการศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี จำแนกตาม เพศ ตำแหน่ง และอายุ 3) เพื่อศึกษาแนวการในการส่งเสริมการศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ บุคลากรสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี ปีการศึกษา 2568 จำนวน 348 คน โดยได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง สถิติใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test)
ผลการวิจัยพบว่า
- การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี โดยรวมและรายด้าน โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา อยู่ในระดับ มาก ทุกด้าน
- ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำแนกตาม เพศ ตำแหน่ง และอายุ พบว่า
2.1 การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำแนกตาม เพศ โดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และรายด้านแตกต่างกันในด้านการศึกษาวินัยและจริยธรรมโดยหน่วยงานภายนอก และด้านการศึกษาวินัยและจริยธรรมด้วยตนเอง นอกนั้นไม่ต่างกัน
2.2 การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำแนกตาม ตำแหน่ง โดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.3 การศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำแนกตาม อายุ โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
- ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับ แนวทางการศึกษาวินัยและจริยธรรมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดปทุมธานี ที่ควรดำเนินการ คือ สำนักงานอาชีวศึกษามีมาตรการควบคุมวิชาชีพอย่างเป็นระบบทำให้บุคลากรต้องศึกษาวินัยและจริยธรรมผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาความดีความชอบโดยยึดหลักคุณธรรม บุคลากรควรฝึกฝนตนเองให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ไม่พึงพอใจ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชัยพร วิชชาวุธ และธีรพร อุวรรณโณ. (2564). พฤติกรรมจริยธรรมในสังคมไทยในปัจจุบัน ศึกษาตามแนวทางจิตวิทยาสังคม. ใน รายงานการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เซน ร่มพฤกษ์. (2563). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของครูในโรงเรียนบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี. ใน ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
นิพนธ์ ฐานะพันธุ์. (2562). “แนวทางการส่งเสริมหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล ในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง”. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(2), 121-129.
บุญชม ศรีสะอาด. (2563). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหาคร: สุวีริยาสาส์น.
ประภัทร์ กุดหอม. (2565). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนพังโคนวิทยาคมด้วย กิจกรรม 3 ประสาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
พระครูกิตติวราทร (ทองปั้น). (2565). “การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลใน การปฏิบัติงานของบุคลากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง”. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 19(2), 1-12.
ภัทร์ หาสาสน์ศรี. (2563). “การศึกษาพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง. วารสารวิจัยรามคำแหง (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 23(2), 26–32.
วรัญชิดาธรณ์ พลานิวัติ. (2565). “ความพึงพอใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรม และการบริหารงานของผู้อำนวยการสำนักงาน การศึกษาเอกชนอำเภอ จังหวัดชายแดนใต้”. วารสารพิกุล, 20(1), 227-241.
อุไรรัตน์ เนาถาวร. (2564). การต่อต้านการทุจริต. กรุงเทพมหาคร: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.