การประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิตและหลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2564) และ หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564) 2) เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2564) และ หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564) การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสม คือ การเชิงปริมาณ โดยทำการแจกแบบสอบถามให้กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษา จำนวน 64 คน ได้มาโดยการเลือกแบบกำหนดโควต้า วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการศึกษาพบว่า หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) และหลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2564) มีระดับคุณภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์สูงที่สุด โดยได้ค่าเฉลี่ยรวม 4.56 เมื่อจำแนกเป็นรายด้านและเรียงลำดับจากคะแนนเฉลี่ยมากไปน้อย พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่ออาจารย์ผู้สอนมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.66) รองลงมาคือ ด้านการวัดและประเมินผล (ค่าเฉลี่ย 4.65) ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตตามที่หลักสูตรมุ่งหวัง (ค่าเฉลี่ย 4.62) ด้านโครงสร้างและการออกแบบหลักสูตร (ค่าเฉลี่ย 4.60) ด้านการจัดการเรียนการสอนในภาพรวม (ค่าเฉลี่ย 4.57) และด้านสื่อการเรียนรู้ เอกสารประกอบ อุปกรณ์ รวมถึงสถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน (ค่าเฉลี่ย 4.28) ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของหลักสูตรทั้งในมิติบุคลากร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และระบบการประเมินผล แม้ในส่วนของทรัพยากรสนับสนุนจะมีคะแนนต่ำกว่าด้านอื่นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ในส่วนของการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรทั้งสองระดับ สามารถอธิบายได้ในสามมิติสำคัญ ได้แก่ บริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการดำเนินงาน สำหรับบริบทของการพัฒนา พบว่า หลักสูตรมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์กับปณิธานและวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ตลอดจนเชื่อมโยงกับปรัชญาและทิศทางการพัฒนาของคณะสังคมศาสตร์ อีกทั้งยังตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในมิติด้านการเมืองการปกครองและการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ด้านปัจจัยนำเข้า การวิเคราะห์สะท้อนว่า วัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งความคาดหวังของสังคมและความต้องการของผู้เรียน เนื้อหาวิชามีความครอบคลุมและสามารถประยุกต์ใช้ได้จริง คณาจารย์และนักศึกษามีศักยภาพทั้งด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีระบบสนับสนุนการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกระบวนการดำเนินงาน พบว่า การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามแผนและกรอบที่กำหนดไว้ การประเมินผลมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง อีกทั้งยังมีระบบการให้คำปรึกษาโดยอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์พิเศษ และคณาจารย์จากภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยส่งเสริมคุณภาพทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนโดยรวมอย่างเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
พรชัย เจดามาน และคณะ. (2560). ศตวรรษที่ 21 : การจัดการองค์กรและทรัพยากรมนุษย์กับประเทศไทย 4.0. กรุงเทพมหานคร: สูตรไพศาลบิวเดอร์.
พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์. (2549). การศึกษาแนวโน้มการวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับอนาคต. ใน รายงานการวิจัย. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
ไพทูรย์ สินลารัตน์. (2554). การจัดการหลักสูตรและการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สันต์ ธรรมบำรุง. (2527). หลักสูตรและการบริหารหลักสูตร. กรุงเทพฯ: การศาสนา.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2552). กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552. เรียกใชเมื่อ 12 ธันวาคม 2567 จาก http://www.mua.go.th/users/bhes/catalog4.htm
สุกิจ ชัยมุสิก. (2564). กระบวนทัศน์การพัฒนาหลักสูตรรัฐศาสตร์ที่พึงประสงค์ในบริบทสังคมไทยยุคดิจิทัล. วารสารพุทธมัคค์, 6(2), 64.
Good. (1973). Dictionary of Education. New York : McGraw Hill.
M.B. Miles, & A.M. Huberman. (1994). Qualitative data analysis. 2nd ed. Thousand Oaks : SAGE. Publications.
Ornstein & Hunkins. (2013). Ornstein, A. & Hunkins, F. (2013). Curriculum: Foundations, Principles, and Issues. (6th Ed). Boston, MA: Pearson.
Provus. (1971). Discrepancy Evaluation for Education Program Improvement and Assessment. Berkeley: CA. McCutchan.
Scriven. (1973). Dictionary of education. New York: McGrow-Hill Book.
Stake. (1975). The Contenance of Education Evaluation. Teachers College Record, 68, 523-540.
Stufflebeam & Shinkfield. (200). The CIPP model for evaluation in national conference on educational research 17-18 January 2008. Phitsanulok: Faculty of Education Naresuan University.