การวิเคราะห์สถิติการตรวจพบสิ่งของผิดกฎหมายในพัสดุไปรษณีย์ และความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ในการคัดกรองสิ่งของ ผิดกฎหมาย

Main Article Content

จุฑาทิพย์ สินวิโรจน์
วีรมลล์ ไวลิขิต
ศิรประภา เปรมเจริญ
พิเชษฐ อนุรักษ์อุดม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์สถิติและแนวโน้มการตรวจพบสิ่งของผิดกฎหมายในพัสดุไปรษณีย์ในประเทศไทย 2) เพื่อสำรวจระดับความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เกี่ยวกับการคัดกรองสิ่งของผิดกฎหมาย และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคัดกรองสิ่งของผิดกฎหมายในพัสดุไปรษณีย์ของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ 4) เพื่อศึกษาข้อจำกัดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคัดกรองสิ่งของผิดกฎหมายในพัสดุไปรษณีย์ของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เพื่อศึกษาปัจจัยและข้อจำกัดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงผสมผสาน การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) เพื่อวิเคราะห์สถิติการตรวจพบสิ่งของผิดกฎหมายในศูนย์ไปรษณีย์ 19 แห่งทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 19 เดือน (มกราคม 2567 - กรกฎาคม 2568) โดยมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลครอบคลุมทั้งในเชิงสถิติและเชิงลึก ในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ผู้วิจัยกำหนดกลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจำนวน 360 คน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 3,800 คน ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมตามสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยใช้แบบสอบถามชนิดมาตรวัดของลิเคิร์ท (Likert Scale) 5 ระดับ และประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ (SPSS) เพื่อหาค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการอธิบายลักษณะสิ่งของผิดกฎหมายรวมถึงระดับความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญพร้อมบันทึกเสียง แล้วจึงนำมาถอดเนื้อหาอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยการจับประเด็นสำคัญและจัดหมวดหมู่ข้อมูล ก่อนจะนำผลมาสังเคราะห์และตีความร่วมกับทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อค้นพบที่สมบูรณ์และมีความน่าเชื่อถือในเชิงวิชาการ


          ผลการวิจัยพบว่า


          1) สถิติและแนวโน้ม พบสิ่งของผิดกฎหมายในพัสดุไปรษณีย์รวมทั้งสิ้น 20,311 ชิ้น และมีแนวโน้มการตรวจพบเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา โดยเฉพาะประเภทยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า


          2) ระดับความรู้ความเข้าใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดกรองสิ่งของผิดกฎหมายในภาพรวมอยู่ในระดับมาก อย่างไรก็ตาม ยังพบประเด็นที่ควรพัฒนาคือความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิและข้อกฎหมายในการเปิดตรวจสอบพัสดุซึ่งยังอยู่ในระดับน้อย


          3) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคัดกรองมี 3 ด้าน คือ องค์ความรู้ของบุคลากรภายใต้ระเบียบปฏิบัติ การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบสมัยใหม่เพื่อยกระดับความแม่นยำ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลการสกัดกั้น เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย


          4) ข้อจำกัดที่สำคัญ ได้แก่ ข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในการเปิดตรวจสอบพัสดุจนเกิดความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อการเปิดตรวจสอบพัสดุที่มีปริมาณหนาแน่น ตลอดจนการขาดงบประมาณสนับสนุนเทคโนโลยีคัดกรองขั้นสูง ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่เท่าทันต่อสถานการณ์การลักลอบในปัจจุบัน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กนิิษฐา ไทยกล้า. (2568). การตลาดและการกระทำความผิดที่่เกี่่ยวข้องกับสารเสพติดบน โลกอิินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ. 2568. กรุุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติิด.

กนิิษฐา ไทยกล้า. (2566). การตลาดและการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดบน โลกอิินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ. 2566. กรุุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติิด.

อารีภักดิ์ เงินบำรุง และคณะ. (2561). ปัญหาการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านไปรษณีย์ไทย. ใน รายงานการศึกษากลุ่มหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง. สถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม.

บุรฉัตร จันทร์แดง. (2560). บทวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 4(2), 37-56.

ชนากานต์ ประสารวุฒิ. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ของการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประชาชนในเขตอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร. ใน ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการจัดการ. มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช.

วสันต์ กลิ่นสุคนธ์ และคณะ. (2568). การบริหารจัดการปัญหายาเสพติดในประเทศไทย : ความท้าทายและแนวทางการพัฒนา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(1), 119-131.

พร้อมพงษ์ สนิทกลาง. (2568). แนวทางการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดบนสื่อสังคมออนไลน์. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 7(1), 99-115.