ความพึงพอใจของประชาชนในจังหวัดปทุมธานีต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

Main Article Content

สฤษฎ์ แพ่งพิพัฒน์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของประชาชนในจังหวัดปทุมธานีต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชีพ และรายได้ต่อเดือน กับระดับความพึงพอใจของประชาชน และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการ เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างคือประชาชนในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน


ผลการวิจัย พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.23) โดยด้านที่มีความพึงพอใจสูงสุดคือด้านความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย รองลงมาคือด้านความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ด้านคุณภาพบริการ และด้านข้อมูลและการสื่อสารของโครงการ ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ และรายได้ ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจของประชาชนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และการสื่อสารข้อมูล มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับความพึงพอใจของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงการยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณสุขในจังหวัดปทุมธานีให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

นราพงศ์ ธีรอัครวิภาส. (2545). ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดปทุมธานี. ใน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

กัลยา ทวีสุข. (2013). ผลของความรู้และทัศนคติต่อความพึงพอใจในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของผู้รับบริการโรงพยาบาลหนองเสือ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี. ใน สารนิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

กระทรวงสาธารณสุข. (2565). รายงานสถานการณ์ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2566). นโยบายและแนวทางการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.

ชูชัย สมิทธิไกร. (2562). การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2564). การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

พรศักดิ์ ประทุมรัตน์. (2561). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขของรัฐ. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 48(2), 85–99.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2565). รายงานผลการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สปสช.

สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2563). สถิติสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing management. (15th ed.). Pearson Education.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.

Oliver, R. L. (2014). Satisfaction: A behavioral perspective on the consumer. (2nd ed.). Routledge.

Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12–40.

World Health Organization. (2022). Universal health coverage: Global monitoring report. World Health Organization.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). Harper & Row.

Oliver, R. L. (1977). Effect of expectation and disconfirmation on postexposure product evaluations: An alternative interpretation. Journal of Applied Psychology, 62(4), 480–486.