การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ 1) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีโดยใช้เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู จำนวน 331 คน ในสถานศึกษาสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น โดยเทียบตามสัดส่วนประชากรตามขนาดของโรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานวิชาการ และด้านการบริหารงบประมาณ 2) แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา (1) ด้านการบริหารงานวิชาการ คือ การจัดการฐานข้อมูลสารสนเทศด้านวิชาการอย่างเป็นระบบ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลกลาง ที่เชื่อมโยงกับสำนักงานเขตพื้นที่ (2) ด้านการบริหารงบประมาณ คือ การจัดทำระบบบริหารงบประมาณบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงกับข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่ (3) ด้านการบริหารงานบุคคล คือ การใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากร (4) ด้านการบริหารงานทั่วไป คือ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บุคลากรในโรงเรียน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ปัณฑารีย์ สารรัตน์, ทวีศักดิ์ จันทฤทธิ์ และ จำนงษ์ เชาวศิริพงศ์. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าในสังกัดยามสาม) จังหวัดเชียงราย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 34(2), 43–55.
ราชกิจจานุเบกษา. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 2561-2580. เรียกใช้เมื่อ 2 ตุลาคม 2568 จาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/082/T_0001.PDF
สุพรรณษา คงตั้ง และ ชุติมา พรหมผุย. (2564). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ. วิทยาลัยนครราชสีมา.
สุรพงษ์ แสงสีมุข. (2564). แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาของกลุ่ม โรงเรียนช่องแคบ-คีรีราษฎร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาตาก เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(11), 181-194.
ศิวาพัชญ์ บำรุงเศรษฐพงษ์, ภูริศร์ ฐานปัญญา, และเกรียงไกร สัจจะหฤทัย. (2563). การเรียนการสอนแบบไฮบริด (Hybrid learning) กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์, 12(3), 213–224.
อรรถพล อนันตวรสกุล. (2563). เปิดโมเดล “Remote Learning” ปรับการเรียนการสอนรับ COVID-19. เรียกใช้เมื่อ 1 ตุลาคม 2568 จาก https://www.eef.or.th/93-2
Bateman, T. S., & Snell, S. A. (1999). Management: Building competitive advantage (4th ed.). McGraw-Hill.
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.