การจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2

Main Article Content

ลดาวัลย์ รวิยะวงศ์
ชุณวัฒน์ ปุงบางกระดี่

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดการความรู้ 2) ศึกษาระดับการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และ 4) ศึกษาปัจจัยการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือครูมัธยมศึกษาจำนวน 6,145 คน และกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 129 คน โดยใช้โปรแกรม G*Power และเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบวิธี Enter


  ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการจัดการความรู้ของครูในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20 โดยด้านการผนึกฝังความรู้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) ระดับการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครูในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 โดยองค์ประกอบด้านความมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ร่วมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3) การจัดการความรู้ทุกมิติมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครูพบว่า การจัดการความรู้ตามแนวคิด SECI Model ทั้ง 4 มิติ สามารถร่วมกันพยากรณ์การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของครูในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีอำนาจการพยากรณ์สูงถึงร้อยละ 72.80 (R2 = 0.728) ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีอิทธิพลส่งผลต่อการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้สูงสุดคือ การผนึกฝังความรู้ (β = 0.485) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงจนเกิดเป็นทักษะฝังลึกเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการพัฒนาครูสู่การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

ประเวศ วะสี. (2550). การจัดการความรู้: กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และความสุข. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: กรีน-ปัญญาญาณ.

พงศธร เกียรติภูมิ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้กับการพัฒนาตนเองของครูในจังหวัดขอนแก่น. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18 (82), 103–112.

รุ่งรดิศ คงยั่งยืน และสมนึก เพชรช่วย. (2561). อิทธิพลของการแบ่งปันความรู้และองค์การแห่งการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของครู. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 13(45), 47–55.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). ผลการประเมิน PISA 2022: สรุปผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์. เรียกใช้เมื่อ 5 ตุลาคม 2568 จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/news-21/

ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580). (2561). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก หน้า 1 (13 ตุลาคม 2561).

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. (2567). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2565–2567) ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2567–2570). เรียกใช้เมื่อ 20 มิถุนายน 2568 จาก https://www.esbuy.net/_files_school/00001245/data/00001245_1_20240212-161533.pdf

อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์. (2551). กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: เอช อาร์ เซ็นเตอร์.

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford: Oxford University Press.

Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2017). Self-determination theory: Basic psychological needs in motivation, development, and wellness. New York: Guilford Press.

Senge, Peter M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday.

Watkins, K. E., & Marsick, V. J. (2003). Make learning count!: Diagnosing the learning culture in organizations. Advances in Developing Human Resources, 5 (2), 132–151.

Yang, B., Watkins, K. E., & Marsick, V. J. (2004). The construct of the learning organization: Dimensions, measurement, and validation. Human Resource Development Quarterly, 15 (1), 31–55.