ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกกับความผูกพัน ต่อองค์กรของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2

Main Article Content

ปภาดา แซมลำเจียก
ชุณวัฒน์ ปุงบางกระดี่

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกของครู
2) ศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์กรของครู และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกกับความผูกพันต่อองค์กรของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการครูและครูผู้สอน จำนวน 134 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*Power 3.1 และใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) จำแนกตามขนาดของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน


         ผลการวิจัยพบว่า


          1) ระดับทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด             (M = 4.47) โดยมิติด้านความหวังมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 4.50) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าครูให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและการแสวงหาหนทางสู่ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ


          2) ระดับความผูกพันต่อองค์กรของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.51) โดยมิติด้านความผูกพันเชิงบรรทัดฐานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 4.61) สะท้อนให้เห็นว่าแรงยึดเหนี่ยวสำคัญที่ทำให้ครูทุ่มเทปฏิบัติงาน คือ สำนึกในหน้าที่และจรรยาบรรณวิชาชีพที่มีต่อศิษย์และสถาบัน


          3) ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกกับความผูกพันต่อองค์กรของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 โดยเมื่อพิจารณารายคู่พบว่า มิติด้านการฟื้นคืนสภาพจิตใจมีความสัมพันธ์กับความผูกพันทางอารมณ์สูงที่สุด (r = .778) แสดงให้เห็นว่า ความสามารถในการปรับตัวและฟื้นฟูสภาพจิตใจจากแรงกดดันในบริบทสถานศึกษาเขตเมืองหลวง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความรักและความภาคภูมิใจในองค์กร ซึ่งผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบในการวางแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการเสริมสร้างพลังใจครูเชิงรุก และการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งความสุข อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

ณรินณ์ทิพ วงษ์ลุนบุตรดา, ปิยะฉัตร จารุธีรศานต์ และ วิไลลักษณ์ เสรีตระกูล. (2567). ความผูกพันต่อองค์กรของกลุ่ม Gen-Y. วารสารรามคำแหง ฉบับบัณฑิตวิทยาลัย, 7(2), 1–13.

นฤมล พระใหญ่, รุจน์ ลือชา, วิศรุต สุวรรณสันติสุข และ ชนิตา แดงอุดม. (2568). การเสริมสร้างสมรรถนะของครูผ่านโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้และทุนทาง จิตวิทยาเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมในนักเรียน. Educational Process: International Journal, 19(1), Articlee2025564.

นรินทิพย์ กอนพ่วง, มนสิช สิทธิสมบูรณ์, ปกรณ์ ประจันบาน และ Anchunda, H. Y. (2568). ทุนจิตวิทยาเชิงบวกและแนวทางการเสริมสร้าง. วารสารศึกษาศาสตร์และ นวัตกรรมการศึกษา, 27(1), 353–368.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม). (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอน 74 หน้า 1 (14 สิงหาคม2542).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). ประกาศลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน[ประกาศ]. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค.

ไอริสา พรหมจรรย์, วันชัย ธรรมสัจการ, ปัญญา เทพสิงห์ และ เกษตรชัย และหีม. (2568). ทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก: แนวทางเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 36(1), 14–24.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Becker, H. S. (1960). Notes on the concept of commitment. American Journal of Sociology, 66(1), 32–40. https://doi.org/10.1086/222819

Guo, Q., Wang, Y., Liu, Q., Wang, T., Zhang, L., Huang, Z., & Cao, S. (2022). Psychological capital and occupational well-being:

Mediating effects of work engagement among Chinese special education teachers. Frontiers in Psychology, 13, Article 847882.

Luthans, F., Youssef, C. M., & Avolio, B. J. (2007). Psychological capital: Developing the human competitive edge. Oxford University Press.

Meyer, J. P., & Allen, N. J. (1991). A three-component conceptualization of organizational commitment. Human Resource Management Review, 1(1), 61–89.

Mowday, R. T., Porter, L. W., & Steers, R. M. (1979). The measurement of organizational commitment. Journal of Vocational Behavior, 14(2), 224–247.

O’Reilly, C. A., & Chatman, J. (1986). Organizational commitment and psychological attachment: The effects of compliance, identification, and internalization on prosocial behavior. Journal of Applied Psychology, 71(3), 492–499.

Pant, V., & Parveen, A. (2022). Psychological capital and organizational commitment among secondary school teachers. The International Journal of Indian Psychology, 10(3), 1041–1046.

Rasmussen, H. N., & Wingate, L. R. (2011). The role of optimism in daily stress and coping. Journal of Social and Clinical Psychology, 30(6), 671–688.

Seligman, M. E. P., & Csikszentmihalyi, M. (2000). Positive psychology: An introduction. American Psychologist, 55(1), 5–14. https://doi.org/ 10.1037/0003-066X.55.1.5

Snyder, C. R. (2002). Hope theory: Rainbows in the mind. Psychological Inquiry, 13(4), 249–275. https://doi.org/10.1207/S15327965PLI1304_01

Steers, R. M. (1977). Antecedents and outcomes of organizational commitment. Administrative Science Quarterly, 22(1), 46–56. https://doi.org/10.2307/ 2391745

Zhang, Y., Ishak, Z., Azam, S. M. F., & Kang, Y. (2025). Psychological capital and professional commitment among private junior high

school teachers: The mediating role of well-being and the moderating role of gender. Scientific Reports, 15, Article 1290. https://doi.org/10.1038/s41598-024-03800-0

Zhu, K., Wang, X., & Jiang, M. (2022). The impact of organizational commitment on turnover intention of substitute teachers in public primary schools: Taking psychological capital as a mediator. Frontiers in Psychology, 13, Article 1008142.