การพัฒนาบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ตามหลักพรหมวิหารธรรม ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาการพัฒนากลุ่มผลประโยชน์ที่มีผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ตามหลักพรหมวิหารธรรมในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว กรุงเทพมหานครเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 รูปหรือคน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 10 รูปหรือคน ด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่มีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า 1) บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนความต้องการของประชาชน และถ่ายทอดไปยังผู้สมัคร ให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย ร่วมตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อป้องกันการทุจริต รวมถึงส่งเสริมความรู้สร้างความตระหนัก การมีส่วนร่วมทางการเมือง ทำให้กระบวนการเลือกตั้งมีความโปร่งใสและมีคุณภาพ 2) การพัฒนากลุ่มผลประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง โดยก่อนเลือกตั้งทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่รอบด้านและสะท้อนข้อเท็จจริง หลังเลือกตั้งผลักดันนโยบายและติดตาม และ 3) แนวทางการพัฒนาบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ตามหลักพรหมวิหารธรรมในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตคันนายาว โดยการใช้ เมตตา เปลี่ยนจากผู้เรียกร้องเฉพาะกลุ่มเป็นผู้ร่วมออกแบบนโยบายเพื่อส่วนรวม, กรุณา ช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนและร่วมมือจัดกิจกรรม, มุทิตา ยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น สนับสนุนกันอย่างจริงใจ, และ อุเบกขา รักษาความเที่ยงธรรม เคารพเจตจำนงประชาชน สร้างวัฒนธรรมการเมืองที่โปร่งใสสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนผ่านเครือข่าย กิจกรรมชุมชน และการประสานงานเข้าถึงปัญหาเชิงลึกในพื้นที่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรชัย รัตนเขียว. (2552). บทบาทกลุ่มผลประโยชน์ต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ศึกษากรณีเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2550. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. แขนงการเมืองการปกครอง สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช
ฑิตยา สุวรรณชฎ. (2527). สังคมวิทยา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
พระปลัดสุรรักษ์ โชติธมฺโม (จิตต์มั่น). (2565). การประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 เพื่อการดำเนินชีวิตของชุมชน บ้านเทพราชอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 1227-1241.
ลิขิตา เฉลิมพลโยธิน. (2560). “ภาวะผู้นำกับการพัฒนาองค์การโดยใช้หลักพรหมวิหาร 4”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 11(2), 162-171.
วิทยา ชินบุตร. (2558). เหตุการณ์ปัจจุบันในการเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2549). การพัฒนาเมืองและชนบทประยุกต์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ฟอร์เพช.
สภากรุงเทพมหานคร. (2564). คู่มือการปฏิบัติงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมบัติ ภัทรอัมพุช (2553). กลุ่มผลประโยชน์เชิงธุรกิจกับพรรคการเมืองในระบบการเมืองไทย : ศึกษากรณีพรรคไทยรักไทย. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาการเมืองการปกครอง สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.
สมศักดิ์ ศรีสันติสุข. (2525). สังคมไทย: แนวทางวิจัยและการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์.
สานนท์ ด่านภักดี และ คณะ. (2561). พรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศไทย. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 7(2), 377.
Almond, G. A., & Powell, B. G. (1988). Comparative Politics: A Developmental Approach. New York: Harper & Row.
Dahl, R. A. (1961). Who Governs? Democracy and Power in an American City. New Haven: Yale University Press.
Dye, T. R. (2001). Politics in America. Upper Saddle River. NJ: Prentice Hall.
Greham Woodton. (1978). Interest Group. Englewood Cliffs: Prentice Hall.
Truman, D. B. (1951). The Governmental Process: Political Interests and Public Opinion. New York: Knopf.