การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจ เรื่องพระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

Main Article Content

ภูรินทร์ ตินานพ
อดิศร บาลโสง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องพระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องพระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 80 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL) เรื่องพระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนโพธิ์สัยสว่างวิทย์ จำนวน 9 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแผนการจัดการเรียนรู้แบบ
ซิปปา จำนวน 10 แผน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed-Rank Test


         ผลการวิจัยพบว่า


         1) แผนการจัดการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องพระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
มีประสิทธิภาพ 82.22/84.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้


         2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง พระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปี 4 หลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 84.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


         3) นักเรียนมีความพึงพอใจ ต่อการพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง พระไตรปิฎกและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปี 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

นภเนตร ธรรมบวร. (2554). จิตวิทยาสำหรับครู. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2542). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2551). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา.

พิสิฐ โพธิสว่าง. (2562). การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

รพีพร การสมชน. (2562). การจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปาเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชางานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น สำหรับนักเรียนระดับ ปวช. 2. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

สมัย พลมณี. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

สุพัตรา ชนะภัย, และคณะ. (2558). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ CIPPA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 9(1), 88–96.

วรรณา อู่ไทย. (2565). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่องบทประยุกต์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 23(1), 124–138.