การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm <p>วารสารการจัดการภาครัฐและการเมือง จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริม เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือ ด้านการจัดการภาครัฐ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กันบรรณาธิการ</p> <p> </p> th-TH jppmjournal@gmail.com (ดร.สุพัตรา ยอดสุรางค์) jppmjournal@gmail.com (ดร.สุพัตรา ยอดสุรางค์) Wed, 31 Dec 2025 14:20:50 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การวิเคราะห์ธรรมาภิบาลในโครงการก่อสร้างภาครัฐ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4005 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการศึกษาเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับกลไกธรรมาภิบาลในโครงการก่อสร้างภาครัฐของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้งบประมาณของชาติและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นหลักธรรมาภิบาล 5 เสาหลัก ได้แก่ หลักนิติธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความคุ้มค่า และการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ยังศึกษาเครื่องมือสำคัญต่างๆ เช่น Integrity Pact, ระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) และโครงการ CoST Thailand หัวข้อหลักในบทความประกอบด้วย การวิเคราะห์หลักการธรรมาภิบาล การศึกษาเครื่องมือเสริมสร้างธรรมาภิบาล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วน และแนวทางการพัฒนาในอนาคต บทความนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับหน่วยงานรัฐที่ต้องการยกระดับการจัดซื้อจัดจ้าง นักวิชาการที่ศึกษาด้านการบริหารจัดการภาครัฐ และผู้กำหนดนโยบายที่ต้องการสร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน</p> Parinthorn Sirieawphikul ลิขสิทธิ์ (c) 2025 การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4005 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4775 <p>การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และ (3) ศึกษาข้อเสนอแนะปัจจัยที่ส่งผล ต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประชากร คือ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามจำนวน 401 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 201 คน โดยการใช้สูตรหาขนาดกลุ่มตัวอย่างของยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า (1) ระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้แก่ ปัจจัยด้านสภาพการทำงาน ปัจจัยด้านการยอมรับนับถือ ปัจจัย ด้านนโยบายและการบริหารงาน ปัจจัยด้านความสำเร็จของงาน สามารถทำนายขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ร้อยละ 77.20 และ (3) ข้อเสนอแนะปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วย มีการกำหนดเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน การให้รางวัล และการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ สนับสนุนการให้เกียรติ การชื่นชม และสร้างบรรยากาศการทำงาน ที่เคารพซึ่งกันและกันการมอบหมายงานที่เหมาะสม การให้อำนาจตัดสินใจ และการให้คำแนะนำที่สร้างสรรค์ มีการพัฒนาเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และระบบเลื่อนตำแหน่งที่เป็นธรรม โครงสร้างเงินเดือนที่เหมาะสม การปรับขึ้นเงินเดือน และสวัสดิการที่เพียงพอ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี พัฒนาทักษะ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการทำงานเป็นทีม มีนโยบายที่โปร่งใส การบริหารที่มีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม อุปกรณ์ที่ทันสมัย ผู้นำมีภาวะผู้นำที่สร้าง แรงจูงใจ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในตำแหน่ง ระบบประเมินผลที่ชัดเจน และสวัสดิการที่เหมาะสม</p> ปิยวรรณ จันทร์เทพ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4775 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การบริหารจัดการเชิงนโยบายเพื่อรองรับสังคมสูงวัยสมบูรณ์ในระดับท้องถิ่น: ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลเมืองบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/5042 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษานโยบายของเทศบาลเมืองบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง <br />ในการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยสมบูรณ์ (2) ศึกษากระบวนการดำเนินนโยบายดังกล่าว <br />และ (3) เสนอแนวทางเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจาก<br />ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 30 ท่าน ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า เทศบาลเมืองบางริ้น<br />มีการบริหารจัดการเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม ภายใต้การกำหนดนโยบาย<br />ระดับองค์กร นโยบายการจัดบริการและสวัสดิการผู้สูงอายุ รวมถึงนโยบายบูรณาการที่ส่งเสริมความร่วมมือ<br />จากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน การดำเนินงานมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ <br />และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเน้นการพัฒนา “ระบบดูแลผู้สูงอายุเชิงรุกแบบองค์รวม” ที่บูรณาการ<br />ทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ จุดแข็งสำคัญของเทศบาล คือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน<br />การบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุขระดับชุมชน ภายใต้กรอบแนวคิด New Public Management (NPM), New Public Service (NPS) และ New Public Governance (NPG) <br />การดำเนินงานดังกล่าวตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุในปัจจุบัน พร้อมวางรากฐานสู่สังคมที่ส่งเสริม<br />คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แก่ การกำหนดยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุท้องถิ่นที่มีเป้าหมาย<br />และตัวชี้วัดชัดเจน การพัฒนากลไก “สภาผู้สูงอายุท้องถิ่น” เพื่อเสนอแนะและติดตามนโยบาย รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจผู้สูงอายุผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การยกระดับเทศบาลเมืองบางริ้นให้เป็นต้นแบบการบริหาร<br />การจัดการภาครัฐเชิงบูรณาการเพื่อรองรับสังคมสูงวัยสมบูรณ์</p> Sudarat Thalang ลิขสิทธิ์ (c) 2025 การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/5042 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์ของนักศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4769 <p>การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์ของนักศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาบัณฑิต ที่พึงประสงค์ของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำแนกตาม เพศ อายุ และชั้นปี และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์ของนักศึกษาหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 184 คน โดยการใช้สูตร ของ ทาโร ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบเพศ ใช้สถิติ t-test และการเปรียบเทียบอายุ และชั้นปี ใช้สถิติ One-Way ANOVA</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า (1) ระดับการพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์ของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) เปรียบเทียบการพัฒนาบัณฑิตที่พึงประสงค์ของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำแนกตาม เพศ อายุ และชั้นปีการศึกษา มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน และ (3) ข้อเสนอแนะ ได้แก่ ทักษะวิชาหลัก ส่งเสริมความรู้ด้านรัฐศาสตร์ การบริหาร การวิเคราะห์ และกฎหมายผ่านการเรียนรู้เชิงลึก กรณีศึกษา การฝึกปฏิบัติ และการบูรณาการความรู้กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI และ Big Data ทักษะการคิดวิเคราะห์ ใช้กิจกรรม Active Learning เช่น การวิเคราะห์นโยบาย กรณีศึกษา และการแก้ปัญหาจำลอง เสริมด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการอ่านวิจารณ์ข้อมูล ทักษะการสื่อสาร ฝึกพูดในที่สาธารณะ การเขียนทางวิชาการ การสื่อสารในทีม และการใช้เทคโนโลยี เช่น Power Point และแพลตฟอร์มออนไลน์ ทักษะการร่วมมือ จัดกิจกรรมทีม เช่น การพัฒนาโครงการชุมชน ฝึกการเจรจา การจัดการความขัดแย้ง และการทำงานกับกลุ่มที่หลากหลาย ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการออกแบบนโยบายและโครงการ นวัตกรรมผ่านกรณีศึกษา Brainstorming และการทำงานข้ามสาขา ทักษะชีวิตและอาชีพ พัฒนาทักษะ จัดการเวลา การวางแผน การปรับตัว การบริหารเงิน และการสร้างเครือข่ายวิชาชีพ ทักษะสารสนเทศ สอนการแยกแยะข่าวจริง-ปลอม สร้างเนื้อหาอย่างมีจริยธรรม และใช้งานซอฟต์แวร์สำคัญ เช่น Excel และ GIS ทักษะเทคโนโลยี ฝึกใช้งานเครื่องมือดิจิทัล การเรียนรู้ Cybersecurity และการจำลองเทคโนโลยี ในสถานการณ์จริง</p> ปนัดดา ชาลีผาย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/4769 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/5772 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อพรรณนาสภาพปัจจุบันของการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง (2) เพื่อระบุปัญหาของการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง (3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ดำเนินการวิจัยโดยการเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม มีจำนวนทั้งหมด 12 คน โดยวิธีการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured) ผลการวิจัยประกอบด้วย (1) การศึกษาการพัฒนาการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พบว่า บริการสาธารณะด้านไฟฟ้า ประปา การคมนาคม และการจัดการขยะอยู่ในระดับพอใช้ถึงดี มีความเอาใจใส่และได้รับความน่าเชื่อถือจากประชาชน แต่ยังพบข้อจำกัดด้านคุณภาพของการบริการ ความครอบคลุมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และพื้นที่ (2) ปัญหาหลัก ได้แก่ ไฟฟ้าและถนนบางพื้นที่ไม่ครอบคลุม ระบบประปายังมีปัญหาคุณภาพและการกระจายน้ำ ขยะคัดแยกไม่ทั่วถึง และบุคลากรบางด้านขาดความเชี่ยวชาญ ส่งผลต่อความสามารถในการตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่ (3) แนวทางการพัฒนาที่เสนอประกอบด้วย การขยายและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคุณภาพบริการและบุคลากร การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ การสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการเพิ่มความโปร่งใสและความเป็นรูปธรรม เพื่อให้การบริการสาธารณะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p> <p> </p> Supattra Jaiyen ลิขสิทธิ์ (c) 2025 การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/5772 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700