การจัดการภาครัฐและการเมือง https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm <p>วารสารการจัดการภาครัฐและการเมือง จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริม เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือ ด้านการจัดการภาครัฐ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กันบรรณาธิการ</p> <p> </p> ชมรมการบริหารสาธารณะ th-TH การจัดการภาครัฐและการเมือง 2985-0320 การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/7396 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> </p> <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อประเมินการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (2) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี กับ ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน (3) เพื่อพยากรณ์การจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจาก ประชาชนในพื้นที่ ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีจำนวน 389 คน โดยวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และสมการถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัยพบว่า (1) ด้านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดพบว่าอยู่ในระดับมาก (2) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี กับปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน พบว่า เป็นเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (3) ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สามารถพยากรณ์ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ได้ร้อยละ 45.8 โดยมีปัจจัยที่มีอำนาจพยากรณ์ ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมตัดสินใจ ภาวะผู้นำ การร่วมดำเนินการ การร่วมประเมินผล การร่วมรับผลประโยชน์ และ การวางแผน</p> สวรินทร์ จงหวัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 การจัดการภาครัฐและการเมือง 2026-04-30 2026-04-30 4 1 หน้า 1 12 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/7398 <p>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 (2) เพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จของการบริหารสถานศึกษา และ (3) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 344 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย (1) ด้านปัจจัยการบริหารสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ด้านความสำเร็จของการบริหารสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ (3) ด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา พบว่า ประกอบด้วย (ก) ด้านผู้บริหาร พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ข) ด้านครูผู้สอน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค) ปัจจัยด้านชุมชน ผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ง) ปัจจัยด้านสื่อและเทคโนโลยี พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> พลช เลิศทิวากุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 การจัดการภาครัฐและการเมือง 2026-04-30 2026-04-30 4 1 หน้า 13 23 การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรของโรงเรียนบ้านวังก์พง (รัฐราษฎร์บำรุง) มิตรภาพที่ 158 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/7408 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ให้มีประสิทธิภาพ (2) เพื่อวิเคราะห์ระดับการรับรู้ภาพลักษณ์องค์กรของครู นักเรียน และผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียนบ้านวังก์พง (รัฐราษฎร์บำรุง) มิตรภาพที่ 158 และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจสำหรับผู้ใช้เว็บไซต์โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 ดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจากครู นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง) มิตรภาพที่ 158 ปีการศึกษา 2568 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 173 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 ผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ จำนวน 5 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มผู้ใช้งานเพื่อประเมินความพึงพอใจ จำนวน 168 คน ด้วยวิธีสุ่มอย่างง่าย โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ก) เว็บไซต์โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 ข) แบบประเมินประสิทธิภาพ ค) แบบประเมินการรับรู้ภาพลักษณ์องค์กร และ ง) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยประกอบด้วย (1) ผลการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ผลการศึกษาการรับรู้ภาพลักษณ์องค์กรของครู นักเรียน และผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ (3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานเว็บไซต์โรงเรียนบ้านวังก์พง(รัฐราษฎร์บำรุง)มิตรภาพที่ 158 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> Jessada Navachon ลิขสิทธิ์ (c) 2026 การจัดการภาครัฐและการเมือง 2026-04-30 2026-04-30 4 1 หน้า 24 35 การจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/7410 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่ออธิบายสถานการณ์การจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค (2) เพื่อระบุปัญหาการจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค (3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค ดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 10 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ภายในสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ประธานชุมชน โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและการสังเกตการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์แบบแก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการวิจัยประกอบด้วย (1) การจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแคดำเนินการภายใต้หลักการใดนั้นนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “9 ด้าน 9 ดี” มุ่งสู่ความปลอดภัยของมหานคร (2) ปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการป้องกันอัคคีภัย เช่น การอบรมให้ความรู้ การซ้อมแผนเผชิญเหตุ และการจัดทำแผนชุมชน และ (3) แนวทางการจัดการการป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแคควรมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกและการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐ</p> นิยม สิงห์ศก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 การจัดการภาครัฐและการเมือง 2026-04-30 2026-04-30 4 1 หน้า 36 43 ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา กับสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jppm/article/view/7429 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี (2) เพื่อศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 210 คน ได้แก่ ข้าราชการครูสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี เก็บข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตมีนบุรี พบว่า มีความสัมพันธ์ทางบวก</p> Bussayamas panidram ลิขสิทธิ์ (c) 2026 การจัดการภาครัฐและการเมือง 2026-04-30 2026-04-30 4 1 หน้า 44 55