ความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาลไทย
คำสำคัญ:
ความน่าเชื่อถือ; พยานหลักฐาน; นิติวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง ความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาลไทย เป็นการวิจัยเอกสาร (Documentary research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์และเปรียบเทียบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของประเทศไทยกับกฎหมายของประเทศเยอรมนีเกี่ยวกับการพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญา เพื่อให้ได้ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายของประเทศไทย ที่จะเป็นผลให้กระบวนการพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาลไทยเกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ผลการวิจัย พบว่า :
- ความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของประเทศไทยยังมีบางประเด็นที่ขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากกระบวนการของการได้มาซึ่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของศาลในการสั่งตรวจหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ถูกจำกัดด้วยหลักสิทธิตามกฎหมาย
- การใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของศาลไทยยังขาดความน่าเชื่อถือโดยมีความแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศเยอรมนีคือ การพิจารณาคดีอาญาของศาลไทยนั้นไม่ได้มีการรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากหลายฝ่ายในการให้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาคดีอาญา จำกัดเฉพาะหน่วยงานของภาครัฐที่ได้กำหนดหน้าที่รับผิดชอบไว้เท่านั้น จึงเป็นดุลพินิจของศาลที่จะเลือกพิจารณาใช้หรือไม่ก็ได้ ซึ่งมีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน การถ่วงดุลอำนาจการวินิจฉัยของศาลที่จะก่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายก่อนคดีจะถึงที่สุด นอกจากนั้น พยานผู้เชี่ยวชาญยังไม่ได้ถูกแยกออกจากพยานบุคคลโดยชัดเจนเพราะถือเป็นพยานบุคคลประเภทหนึ่งเท่านั้น จึงทำให้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นพิจารณาคดีอาญาของประเทศไทยขาดผู้สนับสนุนให้เกิดความน่าเชื่อถือ มีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาคดีอาญา
เอกสารอ้างอิง
จันทิมา โรจนสโรช. (2557). พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ: ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างคำพิพากษาฎีกาก่อนบัญญัติ มาตรา 226/1 กับผลของมาตรา 226/1. วิทยานิพนธ์. นิติศาสตรมหาบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์ปรีดีย์ พนงยงค์: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ธีสุทธิ์ พันธ์ฤทธิ์. (2549). การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิติธรรม.
พัชรา สินรอยมา. (2560). การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมด้วยนิติวิทยาศาสตร์. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 8. วิทยาลัยกิจการยุติธรรม สำนักงานยุติธรรม.
วราภรณ์ พรหมวิกร และคณะ. (2562). ความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ปัญหา สาเหตุ และแนวทางการพัฒนาสำหรับประเทศไทย. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 12 (2), 168-180.
วรวิทย์ ไชยตา. (2565). ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการพิจารณาคดีในศาลไทย.วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2525). การประเมินผลจากพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์. บทบัณฑิตย์.
ศศิวิมล ทองกลม. (2563). รูปแบบที่เหมาะสมในการตรวจพิสูจน์หลักฐานในภาคเอกชนในประเทศไทย.วารสารกระบวนการยุติธรรม.
ศิรินรัตน์ ขันแก้ว และวรธัช วิชชุวาณิชย์ (2020). การรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากคำพิพากษาศาลฎีกา. วารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์, 6(1), 105–119.
สรัญญา อัทธยานุพงศ์. (2565). การใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากคำพิพากษาฎีกาในการพิจารณาความผิดเกี่ยวกับและการแปลง: ความผิดเกี่ยวกับเงินตราและเอกสาร. วารสารวิชาการ อาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์, 8 (22), 63-79.
สุนทรต์ ชูลักษณ์ และวิชุดา จันทร์ข้างแรม. (2560). ประวัติการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์. วารสารวิทยาศาสตร์. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 45 (3), 675-689.
สุรนาท วงศ์พรหมชัย. (2551). การตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานในคดีอาญา. วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักบริหารการสาธารณสุข. (ม.ป.ป.). คู่มือปฏิบัติงานนิติเวช (สำหรับแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์). สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://externinternguide.files.wordpress.com/2018/02.pdf [24 มีนาคม 2568].
อรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์. (2552). นิติวิทยาศาสตร์ 1 เพื่อการสืบสวนสอบสวน. พิมพ์ครั้งที่ 6,กรุงเทพมหานคร: บริษัท จี.บี.พี เซ็นเตอร์ จำกัด.
อัญชิสา จิตราภิรมย์. (2563). ทำการศึกษาปัญหาทางกฎหมายในการนำพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน. วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์:มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
เอก อังสนานนท์.(2549). การสืบสวนและการสอบสวน CRIMINAL PROCESS. พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Hobson, C.B. (1992). Fire Investigation: A new concept. USA: Charles C Thomas Publisher, Ltd.
Schuettpelz, O. (2008). Profiling and case analysis in German criminal procedure: A comment on bundesgerichtsh of 3 StR 77/6. International Commentary on Evidence, 6 (1), 4-5.
