การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1

ผู้แต่ง

  • ชนุตร์ ปุญหิรัญญ์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  • สุวดี อุปปินใจ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  • สุภาพร เตวิยะ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

คำสำคัญ:

รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, ครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก, โรงเรียนขนาดเล็ก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ดำเนินการ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1) ศึกษาแนวทางการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ใช้แบบสังเคราะห์เอกสารในการบันทึกข้อมูล และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างในการสัมมนาสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา 2) ศึกษาสภาพที่เป็นจริงและสภาพที่ควรจะเป็นของสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา รักษาการณ์ในตำแหน่ง ครูหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 1 จำนวน 49 คน โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลจากค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา 3) สร้างรูปแบบโดยผู้วิจัยและประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน โดยใช้แบบประเมินความถูกต้องและความเป็นไปได้ วิเคราะห์ข้อมูลจากค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ประกอบด้วย 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) วิธีดำเนินการของรูปแบบ 4) การประเมินผลรูปแบบ และ 5) ปัจจัยความสำเร็จของรูปแบบ สภาพที่เป็นจริงและสภาพที่ควรจะเป็นและความต้องการจำเป็นสูงสุด ในแต่ละด้าน พบว่า 1)ด้านหลักการ ได้แก่ หลักการติดตามและปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง (PNI =.341) 2) ด้านวัตถุประสงค์ ได้แก่ เพื่อพัฒนาสมรรถนะ
การจัดการเรียนรู้ของครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก (PNI = .337) 3) ด้านวิธีการดำเนินการ ได้แก่ การติดตามประเมินผลและปรับปรุงขยายผล (PNI = .370) 4) ด้านการประเมินผล ได้แก่ ประเมินการทำงานร่วมกันในชุมชน (PNI = .326) 5) ด้านปัจจัยความสำเร็จ ได้แก่ ปัจจัยด้านบรรยากาศองค์กร (PNI = .414) และรูปแบบที่สร้างมีผลการประเมินความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). เอกสารชุดเทคนิคการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด “การบูรณาการ”. กรุงเทพมหานคร: การศาสนา กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ

กันต์ธร หิรัญลักษณ์ . 2564. ชุมชนเเห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี. การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครนิทรวิโรฒ

ขวัญจิรา จำปา. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนคุณภาพของชุมชน. วารสารรัชต์ภาคย์, 17(51), 205-216.

ฐาปณัฐ อุดมศรี. (2558). รูปแบบการบริหารโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

ด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณทิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 20). กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธีรังกูร วรบำรุงกุล. (2561). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้านทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของโรงเรียนในภาคตะวันออก. วิทยานิพนธ์การบริหารการศึกษามหาบัณฑิต. จันทบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

วาโร เพ็งสวัสดิ์ (2553). การวิจัยพัฒนารูปแบบ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 2(4), 1-16.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). คู่มือการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1. (2567). ข้อมูลสถานภาพบุคลากรครู ขาดแคลน/ส่วนเกิน ตามประกาศสำนักบริหารวิทยาลัยชุมชนทุกโรงเรียนในสังกัด (ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2567) ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เชียงราย : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สุพัตรา คำโพธิ์. (2560). การศึกษาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยของครูระดับประถมศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไม่ตรงวิชาเอก จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรีย์พร เพ็งเลีย ดอร์ดูนู, และ ภาวิดา มหาวงค์. (2563). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดสุโขทัย. Suan Sunandha Asian Social Science. 14(1), 62-78.

สุวดี อุปปินใจ และคณะ. (2565). รูปแบบและกลไกการพัฒนาสมรรถนะครูตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 เขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ในลักษณะเครือข่ายเชิงพื้นที่. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(2), 447-463.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุวีริยาสาสน์.

อรไท แสงลุน, และ มนสิช สิทธิสมบูรณ์. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้

เชิงรุกของครูโดยใช้การศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ. Doctoral dissertation. Naresuan University.

DuFour, R., Eakey, R., & Many, T. (2006). Learning by Doing a Handbook for Professional Learning Communities at Work. Bloomington, IN: Solution Tree Press.

Joyce, B, & Weil, M. (1996). Model of teaching. 5th ed. Boston: Allyn and Bacon.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

24-04-2025

รูปแบบการอ้างอิง

ชนุตร์ ปุญหิรัญญ์, สุวดี อุปปินใจ, & สุภาพร เตวิยะ. (2025). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูที่สอนไม่ตรงวิชาเอก โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1. วารสาร มจร โกศัยปริทรรศน์, 3(1), 14–29. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jmkr/article/view/2624