วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams <p><strong>วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</strong></p> <p><strong>ISSN</strong> 3057-0689 (Online) </p> <p><strong>การรับรองคุณภาพ </strong>วารสารได้ถูกจัดให้เป็น วารสารกลุ่มที่ 2 (TCI Tier 2) โดย ศูนย์ TCI ให้คำรับรองคุณภาพวารสาร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 72</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่</strong> 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>จำนวนบทความต่อฉบับ </strong>วารสารเปิดรับ 10 - 15 บทความ ต่อฉบับ โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป</p> <p><strong>วัตถุประสงค์วารสาร </strong>วารสารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลวิจัยของบุคลากรในมหาวิทยาลัยและบุคคลจากหน่วยงานภายนอกในรูปแบบออนไลน์ 2) เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนและเผยแพร่ด้านการศึกษา การวิจัย และการบูรณาการองค์ความรู้ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้านวิทยาการจัดการและบริหารธุรกิจ และ 3) เพื่อตอบสนองพันธกิจของคณะวิทยาการจัดการและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในสาขาวิทยาการจัดการทุกศาสตร์ เช่น สาขาการจัดการ สาขาบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด สาขาทรัพยากรมนุษย์ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ สาขาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม และสาขาบัญชี เป็นต้น</p> <p><strong>นโยบายด้านการคัดลอกผลงาน (</strong><strong>Plagiarism) และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> ทางวารสารฯ รับเฉพาะบทความที่มีคุณภาพทางด้านวิชาการและไม่มีปัญหาด้านการคัดลอกผลงาน เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารฯ เท่านั้น รวมถึงไม่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเขียนบทความ โดยทางกองบรรณาธิการวารสารฯ จะใช้การตรวจสอบด้านการคัดลอกผลงานด้วยอักขราวิสุทธิ์ในเบื้องต้น และอาจใช้โปรแกรมอื่น ๆ เพิ่มเติม</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาคุณภาพของบทความ </strong>บทความที่ผ่านการพิจารณาในขั้นตอนการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการของวารสารฯ จะพิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินคุณภาพของบทความดังกล่าว จำนวน 3 คน โดยใช้ระบบ Double-blind peer review (ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความไม่ทราบชื่อของผู้แต่งบทความ และผู้แต่งบทความไม่ทราบชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ)</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ </strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย/บทความวิชาการ (ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) 2,500 บาท/ บทความ สำหรับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</li> <li>บทความวิจัย/บทความวิชาการ (ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) 3,500 บาท/ บทความ สำหรับบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</li> </ol> <p><strong>การชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาบทความและตีพิมพ์เผยแพร่</strong></p> <p>โอนเงินมายัง ชื่อบัญชี <strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</strong> ธนาคาร<strong> ธนาคารกรุงเทพ </strong></p> <p>ประเภท <strong>บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์</strong> เลขที่บัญชี <strong>695-0-00001-5</strong></p> <p> </p> <p><strong>ขั้นตอนการส่งบทความและชำระค่าธรรมเนียม</strong></p> <ol> <li>ให้ผู้แต่งส่งไฟล์เอกสาร (ตามรูปแบบของวารสารเท่านั้น) ผ่านระบบ ThaiJo ประกอบด้วย (1) บทความวิจัย/บทความวิชาการ ในรูปแบบไฟล์ Word จำนวน 1 ไฟล์ และ (2) แบบฟอร์มส่งบทความ จำนวน 1 ไฟล์</li> <li>เมื่อทางกองบรรณาธิการวารสารได้รับไฟล์เอกสารครบถ้วนแล้ว จะพิจารณาบทความเบื้องต้น (First Decision) หากบทความผ่านการพิจารณาเบื้องต้น ทางวารสารจะแจ้งผ่านระบบวารสารให้ชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสารก่อนส่งประเมินคุณภาพบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ วารสารขอยกเลิกและปฏิเสธการรับพิจารณาบทความ หากผู้นิพนธ์ส่งไฟล์เอกสารไม่ครบถ้วน หรือบทความไม่ได้อยู่ในขอบเขตการตีพิมพ์ของวารสาร หรือบทความมีรูปแบบอ้างอิงไม่เป็นไปตามที่วารสารกำหนด</li> <li>เมื่อชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์แล้ว กรุณาจัดส่งหลักฐานการชำระเงินมายังวารสารฯ โดยระบุ (1) ชื่อ - สกุล (2) ชื่อบทความ และ (3) หลักฐานการโอนเงิน ทั้งนี้ การชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความทุกรายการ เป็นค่าดำเนินการของวารสาร ซึ่งหากบทความของท่านไม่ผ่านการพิจารณาให้ตีพิมพ์ลงในวารสารฯ จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน และถูกปฏิเสธการลงตีพิมพ์ ทางวารสารฯ จะไม่คืนเงินดังกล่าว</li> </ol> th-TH ms.jamsjournal@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำพล ชะโยมชัย (Assistant Professor Dr.Ampol Chayomchai)) kanya.say@pcru.ac.th (กัญญา สายสิงห์เทศ (Ms.Kanya Saysingtes))) Tue, 31 Mar 2026 12:02:34 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 คุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5951 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับคุณภาพการบริการของผู้ใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) กระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้ใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 3) คุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เคยใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 390 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับคุณภาพการบริการของผู้ใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ซึ่งด้านการรู้จักและเข้าใจลูกค้า มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 3.96 2) กระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.91 ซึ่งด้านพฤติกรรมหลังการใช้บริการ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.19 และ 3) คุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงรับจำนำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ได้แก่ ความเป็นรูปธรรมของการบริการ (Beta = 0.08) การตอบสนองต่อลูกค้า (Beta = 0.18) การให้ความเชื่อมั่นต่อลูกค้า (Beta = 0.24) และการรู้จักและเข้าใจลูกค้า (Beta = 0.17) โดยสามารถพยากรณ์ผลได้ร้อยละ 53.00 (Adjusted R² = 0.53) ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการบริการของโรงรับจำนำให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นตลอดจนเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p> กัญญ์สิริ กาญจนานุกูล, วรรณวิชณีย์ ทองอินทราช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5951 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 ทักษะการจ้างงานที่ส่งผลต่อการปรับตัวต่ออาชีพของนักศึกษาบริหารธุรกิจระดับปริญญาตรีในกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5912 <p>งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ประเมินทักษะการจ้างงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน 2) ประเมินการปรับตัวต่ออาชีพ และ 3) ตรวจสอบผลกระทบของทักษะการจ้างงานและการปรับตัวต่ออาชีพ งานวิจัยนี้ดำเนินการภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและความต้องการของตลาดแรงงาน ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามที่มีโครงสร้างซึ่งแจกจ่ายให้กับนักศึกษา 441 คน และได้รับอัตราการตอบกลับ 77% ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ทักษะการจ้างงานมีคะแนนเฉลี่ย 3.83 ในขณะที่การปรับตัวต่ออาชีพมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า คือ 3.94 การวิเคราะห์พบว่า ทักษะการจ้างงานสามารถทำนายการปรับตัวต่ออาชีพได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคิดเป็น 83.6% ของความแปรปรวนในความสามารถในการปรับตัวต่ออาชีพ ดังแสดงในผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุตัวแปร <br />โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสามารถในการแก้ปัญหา (β = 0.434) ทักษะการทำงานเป็นทีม (β = 0.298) และทักษะการสื่อสาร (β = 0.149) แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการปรับตัวต่ออาชีพ (P &lt; 0.05) ในทางตรงกันข้าม ทักษะด้านตัวเลขแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงลบ (β = -0.089) ผลการวิจัยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการเรียนรู้ด้านจริยธรรมในการเพิ่มความสามารถในการปรับตัวในอาชีพของนักศึกษา ผลการวิจัยนี้ยังเสนอแนะนโยบายสำหรับการบูรณาการทักษะหลักเหล่านี้เข้ากับหลักสูตรของมหาวิทยาลัย และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันระหว่างสถาบันการศึกษา อุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อปรับปรุงความสามารถในการปรับตัวในวิชาชีพและความยืดหยุ่นของกำลังแรงงาน</p> Qing Xu, Chonnatcha Kungwansupaphan, Peevara Parnitvitidkun ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5912 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเชิงดนตรีที่มีต่อการท่องเที่ยวงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5937 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 400 คน โดยสุ่มแบบบังเอิญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านสิ่งดึงดูดใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านกิจกรรม ด้านที่พัก ด้านการเข้าถึง ด้านการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยว และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่มีอายุ สถานภาพ อาชีพที่แตกต่างกัน มีความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มีเพศที่แตกต่างกัน มีความพึงพอใจด้านการเข้าถึง ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยว และด้านที่พักแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความความพึงพอใจด้านสิ่งดึงดูดใจแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักท่องเที่ยวที่มีภูมิลำเนาแตกต่างกัน มีความพึงพอใจทุกด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดงานเทศกาลดนตรีในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยผู้จัดงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านสิ่งดึงดูดใจและกิจกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด ควบคู่กับการปรับปรุงด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การเข้าถึง และการบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างกันทางเพศ ระดับการศึกษา รายได้ อาชีพและภูมิลำเนา นอกจากนี้ ข้อมูลจากการวิจัยยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเชิงนโยบาย การตลาด และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงดนตรี เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป</p> ธีรภัทร ดีเอม, สุนทรีย์ รอดดิษฐ์, นันทกานต์ ศรีปลั่ง, ภรวลัญช์ มาอยู่, ทิวาวรรณ ศิริเจริญ กันหา, ชิดชนก ใจหนัก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/5937 Wed, 01 Apr 2026 00:00:00 +0700 การตัดสินใจซื้ออาหารปศุสัตว์ของผู้ประกอบการร้านค้าปลีก: กรณีศึกษาภาคเหนือตอนล่าง 3 จังหวัด https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/6136 <p>การวิจัยนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และพฤติกรรมการซื้ออาหารปศุสัตว์เข้ามาขายในร้านค้าอาหารสัตว์ในภาคเหนือตอนล่าง 3 จังหวัด (พิษณุโลก สุโขทัย และเพชรบูรณ์) เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการร้านค้า จากประชากรจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,117 ราย เลือกมาโดยใช้เกณฑ์การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้ผู้ให้ข้อมูล 30 ราย วิธีวิเคราะห์ข้อมูลแบบแก่นสาระ (Thematic Analysis) และมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือแบบสามเส้า (Triangulation) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าผ่านพนักงานขาย และมีการสั่งซื้อล่วงหน้า 1-2 วัน โดยมีการกำหนดวงเงินในการซื้อ และจะสอบถามข้อมูลจากตัวบุคคลเป็นอันดับแรกก่อนการตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า บรรจุภัณฑ์ ราคา และความมีชื่อเสียงของสินค้า เป็นหลัก รองลงมาคือ การทำโปรโมชั่นต่าง ๆ นอกจากนี้ การแต่งกายของพนักงานขาย ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ และการจัดเรียงสินค้าในรถขนส่งให้เป็นระเบียบทำให้การขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลาในการลำเลียง ขนย้ายเข้าร้าน เป็นต้น</p> เสาวรัตน์ ศุภเลิศไพสิฐ, วราวุธ ฤกษ์วรารักษ์, นลินี เหมาะประสิทธิ์, ชลัท บุญปาน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jams/article/view/6136 Wed, 01 Apr 2026 00:00:00 +0700