พลวัตความเชื่อกับการท่องเที่ยวยุคใหม่: กรณีศึกษาพระธาตุพนมในภาคอีสาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพลวัตของความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับพระธาตุพนมในจังหวัดนครพนม และบทบาทของความศรัทธาทางศาสนาในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยุคใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเน้นการวิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิดทุนทางวัฒนธรรม พลวัตทางสังคม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ข้อมูลที่ใช้ประกอบการศึกษาได้จากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสำรวจภาคสนามในพื้นที่ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อที่มีต่อพระธาตุพนมไม่ได้ลดลงแม้ในบริบทของโลกดิจิทัล แต่กลับเกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงออก เช่น การไหว้พระออนไลน์ การเข้าร่วมพิธีกรรมผ่านสื่อดิจิทัล และการแสวงบุญในเชิงประสบการณ์ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในพื้นที่พระธาตุพนมก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย ทั้งยังสร้างบทบาทใหม่ให้กับชุมชนในฐานะผู้จัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทาย เช่น ปัญหาความแออัด ผลกระทบทางวัฒนธรรม และการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม บทความจึงเสนอแนวทางการพัฒนาโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และการกำหนดนโยบายการท่องเที่ยวที่เคารพบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อรักษาคุณค่าเชิงจิตวิญญาณควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
Article Details
บทความที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและเผยแผ่ในวารสารฉบับนี้ เป็นทัศนคติและข้อคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะคติและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสิทธิจินดา ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารสิทธิจินดา ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2561). รายงานการประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวเทศกาลพระธาตุพนม. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
ทัศนัย เศรษฐเสรี. (2563). ความเชื่อในชุมชนกับการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พงษ์ศักดิ์ ชูแสง. (2559). ตำนานพระธาตุพนมกับความเชื่อของคนอีสาน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2545). มานุษยวิทยากับการพัฒนาชนบทไทย. มติชน.
ศิริพร สิงห์สุวรรณ. (2562). การศึกษาบทบาทของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบริเวณพระธาตุพนม. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์. (2564). ศรัทธาดิจิทัลกับพระธาตุพนม. สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of Theory and Research for the Sociology of Education (pp. 241–258). Greenwood.
Campbell, H. A. (2010). When religion meets new media. Routledge.
Campbell, H. A., & Tsuria, R. (Eds.). (2021). Digital religion: Understanding religious practice in digital media. Routledge.
Cohen, E. (1998). Tourism and religion: A comparative perspective. Pacific Tourism Review, 2(1), 1–10.
Giddens, A. (1991). Modernity and self-identity: Self and society in the late modern age. Stanford University Press.
Graburn, N. H. H. (2001). Secular ritual: A general theory from the perspective of cultural tourism. Tourism, 49(3), 30–40.
Helland, C. (2005). Online religion as lived religion: Methodological issues in the study of religious participation on the Internet. Online-Heidelberg Journal of Religions on the Internet, 1(1), 1– 16.
McKercher, B., & du Cros, H. (2002). Cultural tourism: The partnership between tourism and cultural heritage management. Routledge.
Olsen, D. H., & Timothy, D. J. (2006). Tourism and religious journeys. In D. J. Timothy & D. H. Olsen (Eds.), Tourism, religion and spiritual journeys (pp. 1–21). Routledge.
Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. Simon & Schuster.
Richards, G. (2007). Cultural tourism: Global and local perspectives. Routledge.
Rinschede, G. (1992). Forms of religious tourism. Annals of Tourism Research, 19(1), 51–67.
Sharpley, R., & Sundaram, P. (2005). Tourism: A sacred journey? The case of ashram tourism, India. International Journal of Tourism Research, 7(3), 161–171.
UNESCO. (2018). Managing tourism at World Heritage sites: Practical manual for World Heritage site managers. UNESCO World Heritage Centre.