ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในเขตอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อปัจจัยในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 2) เพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม และหาตัวแปรอิสระที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรตามในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง และ 3) เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรของการวิจัยเป็นประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดระยองที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรมตั้งอยู่ จำนวน 156,257 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรการคำนวณของทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามที่ผ่านการหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.95 และหาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่า (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) เท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือสถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Means) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. : Standard Deviation) และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Correlation Coefficient และ Multiple Regression Analysis
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อปัจจัยในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และด้านการประชาสัมพันธ์และข้อมูล ตามลำดับ ส่วนผลการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) ผลจากการวิจัยยังพบว่าปัจจัยของตัวแปรอิสระและตัวแปรตามทุกตัวมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ α = 05 และตัวแปรอิสระทุกตัวมีผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตอำเภอเมืองระยอง 3) แนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ใช้โมเดลความสำเร็จของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการเชื่อมโยงปัจจัยต่างๆ เข้ากับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 3 ส่วน คือ 1) ตัวขับเคลื่อนคุณค่า 2) เสาหลักความยั่งยืน และ 3) ผลลัพทธ์เชิงประจักษ์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จังหวัดระยอง. (2566). รายงานประจำปี 2566. เรียกใช้เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 จาก https://www.province.mots.go.th/ewtadmin/ewt/rayong/download/article/article
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2553). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. (พิมพ์ครั้งที่11). กรุงเทพฯ: บิส.
ประเวศ วะสี. (2543). สุขภาพในฐานะอุดมการณ์ของมนุษย์. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพฯ: เพรส แอนด์ ดีไซน์.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2558). การวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. เชียงใหม่ คณะมนุษย์ศาสตร์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์. (2549). การบริหารท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: นวตสาร.
สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช. (2568). แรงบันดาลใจของการเขียนภาพจิตรกรรมผนังถ้ำ. เรียกใช้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 จาก
https://www.finearts.go.th/fad12/ view/61525
Collier and Harraway. (1997). Principle of Tourism. Auckland: Longman.
.McIntosh, R. and Goeldner, C. (1984). Tourism: Principles, Practices, Philosophies. John Wiley & Sons, 605 Third Avenue, New York, N.Y. 10016.
Timothy and Boyd. Timothy, D. J., & Boyd, S. W. (2003). Heritage tourism. Harlow: Pearson Education.
United Nations World Tourism Organization. (2025). ความหมายและรูปแบบของการท่องเที่ยว. เรียกใช้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.https://th.wiki pedia.org/wiki
World Tourism Organization. (2017). unwto-annual-report-2017. เรียกใช้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.untourism.int/global/publication/ unwto-annual-2017.