ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา 3) หาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารกับองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา และ 4) ศึกษาทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 336 คน กลุ่มตัวอย่างที่ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามขนาดสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ทักษะของผู้บริหาร และตอนที่ 3 องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์และเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) การเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 อยู่ในระดับมาก 3) ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารกับองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ทักษะของผู้บริหารที่สามารถร่วมกันพยากรณ์องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ประกอบด้วย ทักษะทางการเมือง ทักษะด้านการศึกษา ทักษะเชิงมโนทัศน์ ทักษะด้านมนุษย์ และทักษะด้านเทคนิค ทั้ง 5 ด้านสามารถอธิบายความแปรปรวนขององค์กรแห่งความสุขได้ร้อยละ 79.10 ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะผู้บริหารในมิติดังกล่าวมีความสำคัญต่อการส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่มีต่อความสุข ความร่วมมือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสถานศึกษา
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ใจเที่ยง. (2562). การบริหารองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาประถมศึกษา. ในปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กาญจนพร อุตรชน, และ สุนทร คล้ายอ่ำ. (2568). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2. Journal of Applied Education, 3(3), 54–65.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2556). ก้าวไปสู่องค์กรสุขภาวะ ก้าวไปเป็น Happy Workplace: ความรู้สำหรับนักสร้างสุข. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
จันทร์จิรา พรหมเมตตา. (2561). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษาอุดรธานี เขต 2. ในวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
จารุพรรณ ไชยบาล. (2566). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2. ใน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยพะเยา.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ และธีรธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว. (2561). องค์กรแห่งความสุข 4.0. กรุงเทพฯ: แอทโฟร์พริ้นท์.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์. (2559). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2559). กรุงเทพฯ: แอคโฟร์พริ้นท์.
ชามา เทียนโสภา (2566). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเอกชนเพื่อส่งเสริมการเป็นองค์กรแห่งความสุข. ใน วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ณัฐพงษ์ น้อยโคตร. (2565). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ดำรง ชลสุข. (2563). ทักษะของผู้บริหารกับงานที่ทำตามยุค New Norma.l (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: นวตสาร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญชม ศรีสะอาด.(2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1-23 (19 สิงหาคม 2542).
พะยอม วงศ์สารศรี. (2552). องค์การและการจัดการ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
มัทนา วังถนอมศักดิ์. (2554). ทักษะสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์, 3(1), 200–207.
มาลิษา สุขภูวงค์, นิษฐ์สนี กู้ประเสริฐ และวิเชียร อินทรสมพันธ์. (2568). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(1), 807–818.
ฤษณพล หนองสิม. (2564). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศราวุธ โชคเจริญ, เสาวนีย์ สิริสุขศิลป์ และวลัลภา อริยธนา. (2565). โมเดลสมการโครงสร้างทักษะของผู้บริหารในความปกติใหม่ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 12(2), 55–69.
สถาบันพัฒนาบุคลากรและผู้นํา. (2567). 12 ทักษะของผู้บริหาร ที่ต้องมี จัดการเรื่องคนและงานให้ Flow. เรียกใช้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 จาก https://solution simpact.com/blog/executive-skills/.
สมคิด บางโม. (2555). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2552). คู่มือการสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ. กรุงเทพฯ: แผนงานสุขภาวะองค์กรภาคเอกชน.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. (2568). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566 – 2570 (ฉบับทบทวน) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กระทรวงศึกษาธิการ
______. (2567). จำนวน ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ: บริษัทพริกหวาน กราฟฟิค จำกัด
อรพรรณ ขันแก้ว และนุชนรา รัตนศิระประภา. (2565). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในเขตภาคกลาง. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อิสริยา กลิ่นสุนทร. (2564). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อการสร้างองค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
เฉลิมพร แตงโสภา. (2567). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารกับองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 7(4), 63.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2558). ปฏิรูปการเรียนรู้ ปฏิรูปการศึกษาจากล่างขึ้นบน. กรุงเทพฯ: พีเอลีฟวิ่ง.
Burton, J. (2010). WHO healthy workplace framework and model: Background and supporting literature and practice. World Health Organization.
Drake & Roe. (2003). The principalship (6th ed., pp. 29–30). Macmillan.
Dubrin, A. J. (2012). Essentials of management. South-Western Cengage Learning.
Griffin, R. W. (2013). Management: Principles and practices (11th ed.). Nelson Education Press.
Helliwell, J. F., Layard, R., Sachs, J. D., De Neve, J.-E., Aknin, L. B., & Wang, S. (Eds.). (2023). World happiness report 2023. Sustainable Development Solutions Network. http://worldhappiness.report/
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2001). Educational administration: Theory, research, and practice (6th ed.).
Katz, R. L. (1955). Skills of an effective administrator. Harvard Business Review, 33(1).
Lowe, D. (2004) Distinctive Image Features from Scale-Invariant Keypoints. International Journal on Computer Vision (IJCV), 60, 91-110.
Manion, J. (2003). Joy at work: Creating a positive workplace. Journal of Nursing Administration, 33(12), 652–659.
Martin, A. J., Jones, E. S., & Callan, V. J. (2005). The role of psychological climate in facilitating employee adjustment during organizational change. European Journal of Work and Organizational Psychology, 14(3), 263–289.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist, 28(1), 1–14
Newman, W. H. (1963). Administrative action: The techniques of organization and management (p. 5). Prentice-Hall.
Sergiovanni & Starratt, (1983). Supervision: Human perspective (3rd ed.). McGraw-Hill.
Shrotryia, P. V. K. (2015). Organizational happiness for sustaining growth. SME World, 6(12), 16–20. Delhi: Delhi School of Economics.
Warr . (2007). Work, happiness, and unhappiness. Lawrence Erlbaum Associates.