โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2) สร้างและประเมินโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในสถานศึกษา จำนวน 346 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง 0.80-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 สร้างและประเมินโปรแกรม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 6 คน จาก 3 โรงเรียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดี โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโปรแกรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา จำนวน 5 คน โดยใช้แบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการออกแบบการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้านการประเมินและสะท้อนผล ด้านการเสริมแรง 2) โปรแกรมประกอบด้วยหลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการ และการประเมินผล มี 4 Module ได้แก่ การออกแบบการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเสริมแรง การประเมินและสะท้อนผล ใช้เวลาเสริมสร้าง 140 ชั่วโมง ผลการประเมินโปรแกรมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2567). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 27). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2559). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Theories and Development of Instructional Model). (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ลเอ็ด ดูเคชั่น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 68 ง หน้า 18 (20 มีนาคม 2562).
ภัทรีญา ภูขามคม. (2567). การพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของโรงเรียนอนุบาลลำปาว สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). สมรรถนะครูยุคใหม่. เรียกใช้เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จาก http://www.obec.go.th
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. (2567). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568. เรียกใช้เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.brm3.go.th
Barr, M.J. & Keating, L.A. (1990). Introduction: Elements of program development. In M.J. Barr, L.A. Keating and Associates, Developing effective student services program. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient Alpha and the Internal Structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
McClelland, D. C. (1999). A Competency Model for Human Resource Management Cycle. Boston: Mcber.
Rothwell, W.J. & Cookson, P.S. (1997). Beyond instruction: Comprehensive program planning for business and education. San Francisco, CA: Jossey-Bass Publishers.