รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยความสำเร็จในการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 และ 2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยความสำเร็จจากโรงเรียนกรณีศึกษา 5 โรงเรียนที่มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าระดับเขตพื้นที่ 3 ปีการศึกษาติดต่อกันและมีผลคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ในแต่ละอำเภอ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้าฝ่ายงานวิชาการ ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเกี่ยวกับปัจจัยแห่งความสำเร็จในการบริหารงานวิชาการ ครอบคลุมงานวิชาการ 8 ด้าน และแบบบันทึกการศึกษาเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การจัดหมวดหมู่ประเด็น การสรุปแก่นสาระ และการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยการตรวจสอบแบบสามเส้า ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบโดยสังเคราะห์ผลจากระยะที่ 1 ร่วมกับเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วตรวจสอบและปรับปรุงร่างรูปแบบด้วยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน 7 คน เครื่องมือวิจัย คือ ร่างรูปแบบและแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา โดยจำแนกข้อเสนอแนะเป็นประเด็นที่เห็นพ้อง ประเด็นที่ควรเพิ่มเติม และประเด็นที่ต้องปรับปรุง ก่อนสังเคราะห์เป็นรูปแบบฉบับสมบูรณ์
ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยความสำเร็จในการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบด้วยการบริหารแบบมีส่วนร่วมบนฐานข้อมูล ภาวะผู้นำทางวิชาการ การใช้ข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนาหลักสูตรตามบริบท การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนาครูและการนิเทศอย่างต่อเนื่อง การประกันคุณภาพภายใน และการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยปัจจัยเหล่านี้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และ 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศที่พัฒนาขึ้น คือ SYNERGY FOR EXCELLENCE: การผสานพลังเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหาของรูปแบบ การดำเนินงาน และการประเมินผล โดยมีแกนขับเคลื่อน 6 ประการ คือ ภาวะผู้นำทางวิชาการ การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การใช้ข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนาครูและระบบนิเทศ และการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นตามบริบท
Article Details
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3. (2567). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2567. สงขลา: สพป. สงขลา3.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2563). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มนัสนันท์ เทียนชัยทัศน์. (2564). การบริหารวิชาการในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
ภวนันท์ชัย สวัสดิ์สละ. (2563). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
ประวินา ราชแสง. (2565). การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
ปิยนัฐ ธนะบุตร. (2566). การดำเนินงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เพ็ญวรา ชูประวัติ. (2562). หลักการบริหารวิชาการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.