การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพนักเรียนในศตวรรษที่ 21 โดยจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)

Main Article Content

พีราวุฏฐ์ พิมพ์รอด

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพนักเรียนในศตวรรษที่ 21 โดยจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) 2) สังเคราะห์องค์ประกอบการบริหารจัดการสถานศึกษา 3) สร้างและพัฒนารูปแบบ 4) ทดลองใช้รูปแบบ และ 5) ประเมินผลการใช้รูปแบบจากการนำไปใช้จริง การวิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 360 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพการบริหารจัดการสถานศึกษามีความเป็นระบบในระดับนโยบาย แต่ยังพบปัญหาด้านความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การวัดและประเมินผล และศักยภาพครู โดยมีความต้องการพัฒนานโยบายแบบมีส่วนร่วม ระบบสนับสนุน และกลไกติดตามประเมินผล 2) องค์ประกอบการบริหารจัดการสถานศึกษามี 6 ด้าน ได้แก่ การกำหนดนโยบาย การบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาทรัพยากรและสภาพแวดล้อม และการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 3) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเชื่อมโยงเชิงระบบและสอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา 4) ผลการทดลองใช้รูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมาก และก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ทั้งระดับนักเรียน ครู ผู้บริหาร และสถานศึกษา และ 5) ผลการประเมินหลังนำไปใช้จริงอยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ฐนกร สองเมืองหนู และคณะ. (2562). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับครูสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสาร AL-NUR บัณฑิตวิทยาลัย, 14(27), 63-73.

ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2561). อาจารย์มหาวิทยาลัยกับการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ในศตวรรษที่ 21. คู่มืออาจารย์ด้านการสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธนาพันธุ์ ณ เชียงใหม่. (2567). การใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารในด้านวรรณกรรมเพื่อการสอนภาษาอังกฤษของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 18(2), 87-99.

ปรียา สมพืช. (2559). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยกรณีศึกษา. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(2), 260-270.

ปรียานุช พรหมภาสิต. (2559). คู่มือการจัดการเรียนรู้ Active Learning (AL) for Hu So at KPRU. กำแพงเพชร: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์.

วิโรจน์ สารรัตนะ. (2545). ผู้บริหารใหม่ในโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษา. ผลการวิจัยเพื่อการวิพากษ์. กรุงเทพฯ: ทิพยวิสุทธ์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). การจัดทำรายงานประจำปีของสถานศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553. เล่ม 7. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา.

อัฏฐผล ถิรพรพงษ์ศิริ. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีประสิทธิผลเพื่อยกระดับคุณภาพนักเรียนโดยประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงระบบโรงเรียนวัดสุทธิวราราม. กรุงเทพมหานคร: โรงเรียนวัดสุทธิวราราม.

Bell, S. (2010). Project-based learning for the 21st century: Skills for the future. The Clearing House, 83(2), 39-43.

Joyce, B and Weil, M. (2009). Model of Teaching. 8th ed. Englewood: Cliffs Prntice-Hall, Education, Inc.

Lombardi, M. M. (2007). Authentic Learning for the 21st Century: An Overview. Educause Learning Intiative, p.1.