การเปรียบเทียบหลักการฟื้นฟูกิจการของวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูและการล้มละลายของวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: ศึกษากรณีแนวทางการนำหลักสภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ตามกฎหมายล้มละลาย พ.ศ. 2483 ของประเทศไทย

Main Article Content

เล่งสัก บุนทะลาด
ทองพูน สุขกะเสน
ดารณี แสงนิล

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักกฎหมายว่าด้วยการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ของประเทศไทยโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์หลักการและกลไกของการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ของประเทศไทย ทั้งในด้านบทบัญญัติทางกฎหมาย ขอบเขตของผลทางกฎหมายและปัญหาเชิงปฏิบัติ 2. เพื่อศึกษาหลักการพักการดำเนินคดีและการคุ้มครองลูกหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูและการล้มละลายของวิสาหกิจใน สปป.ลาว 3. เพื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมของหลัก Automatic Stay ในระบบกฎหมายไทยและสปป.ลาว ทั้งในแง่โครงสร้างกฎหมาย กลไกบังคับใช้และบริบททางเศรษฐกิจ 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายของทั้งสองประเทศให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับหลักสากล และสามารถสนับสนุนการฟื้นฟูวิสาหกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมโดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่ากฎหมายล้มละลายของประเทศไทยแม้จะรับรองการคุ้มครองลูกหนี้ในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดความชัดเจนในด้านขอบเขตและการบังคับใช้ โดยเฉพาะต่อเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันและเจ้าหนี้ภาครัฐขณะที่กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูและการล้มละลายของวิสาหกิจของของ สปป.ลาว มีข้อกำหนดที่จำกัดอยู่เพียงการระงับข้อพิพาททางคดี โดยไม่ปรากฏกลไกการหยุดพักภาระดอกเบี้ยหรือการกำกับดูแลโดยศาลอย่างชัดเจน ดังนั้นข้อเสนอแนะของงานวิจัยนี้คือการปฏิรูปกฎหมายในทั้งสองประเทศเพื่อขยายขอบเขตของ Automatic Stay ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นรวมทั้งมีบทบัญญัติทางกฎหมายในกระบวนการก่อนล้มละลาย (pre-insolvency) และการเสริมสร้างขีดความสามารถของสถาบันทางเพื่อให้กฎหมายดังกล่าวของประเทศทั้งสองสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของกฎหมายการฟื้นฟูกิจการให้มากยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

เอื้อน ขุนแก้ว และวรนันยา ใช้เทียมวงษ์. (2566). กฎหมายฟื้นฟูกิจการ. (พิมพ์ครั้งที่ 13). หน้า 1. กรุงเทพฯ: กรุงสยาม พับลิชชิ่ง.

Law on Rehabilitation and Bankruptcy of Enterprises (revised version) (2020). กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูและการล้มละลายของวิสาหกิจ (ฉบับปรับปรุง) 2020. จากhttp://laoofficialgazette.gov.la/kcfinder/upload/files/The%20bankruptcy%20of%20enterprises%20Law%20.pdf

กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูและการล้มละลายของวิสาหกิจสปป.ลาว. (ฉบับปรับปรุง) มาตรา 1. จากhttp://laoofficialgazette.gov.la/kcfinder/upload/files/The%20bankrup tcy%20of%20enterprises%20Law%20.pdf

กฎหมายฟื้นฟูและล้มละลาย สปป.ลาว. (2019). เลขที่ 75/สพช จาก http://laoofficial gazette.gov.la/kcfinder/upload/files/The%20bankruptcy%20of%20enterprises%20Law%20.pdf

ฉลองบูรณ์ เพ็งลำ. (2565). ปัจจัยที่เอื้อประโยชน์ต่อการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2559.วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(11), 198-221.

United States Bankruptcy Code. (n.d.). Title 11 U.S.C. §362 – Automatic Stay.

UNCITRAL. (2004). Legislative Guide on Insolvency Law. United Nations Commission on International Trade Law.

World Bank. (2021). Doing Business 2020: Comparing Business Regulation in 190 Economies. World Bank Group.

Zumbansen, P. (2011). Comparative law’s methodological challenges.In M. Reimann & R. Zimmermann (Eds.), The Oxford Handbook of Comparative Law (pp. 688–716). Oxford University Press.

Hutchinson, T., & Duncan, N. (2012). Defining and describing what we do: Doctrinal legal research. Deakin Law Review, 17(1), 83–119. https://doi.org/10. 21153/dlr2012vol17no1art70

Japanese Civil Rehabilitation Act. (n.d.). Chapter III – Suspension of Civil Enforcement. Ministry of Justice, Japan.