การประยุกต์ใช้ไคเซ็นเพื่อพัฒนากระบวนการทำงานของพนักงานขายกรณีศึกษาบริษัทเอกชนในเขตสายไหมกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

ศิริรักษ์ ไกรยะบุตร
วัชรพล วงศ์จันทร์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์สาเหตุของความล่าช้าและความผิดพลาดในกระบวนการจัดทำใบเสนอราคาของพนักงานขาย (2) พัฒนาแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานโดยประยุกต์ใช้แนวคิดไคเซ็นร่วมกับหลักการ ECRS และ (3) ประเมินผลลัพธ์ของการปรับปรุงกระบวนการดังกล่าวในเชิงประสิทธิภาพการทำงาน ก่อนการปรับปรุงพบว่ากระบวนการจัดทำใบเสนอราคามีขั้นตอนซ้ำซ้อนถึง 11 ขั้นตอน ใช้เวลานำของกระบวนการ เฉลี่ยรวม 7,720 นาที โดยมีการรอการคำนวณต้นทุนยาวนานถึง 7,200 นาที และพบความผิดพลาดจากการกรอกเอกสารคิดเป็นร้อยละ 63.6 ซึ่งสะท้อนถึงความสูญเปล่าประเภทการรอคอยและการทำงานซ้ำซ้อนตามแนวคิดลีน งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมร่วมกับการวิจัยแบบ ผสานวิธี โดยเก็บข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพจากการสังเกตและการระดมสมองของพนักงานขาย และข้อมูลเชิงปริมาณจากการวัดเวลาการทำงานและจำนวนข้อผิดพลาด เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา ได้แก่ ผังกระบวนการทำงานและแผนผังก้างปลา เพื่อค้นหาสาเหตุเชิงรากเหง้า ก่อนนำหลักการ ECRS มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการ โดยเน้นการขจัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และการรวมขั้นตอนการอนุมัติที่ซ้ำซ้อน และการปรับลำดับขั้นตอนการทำงานให้เหมาะสม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา การเปรียบเทียบก่อนและหลังการปรับปรุง และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ


          ผลการวิจัยพบว่า (1) การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาพบว่าความล่าช้าและความผิดพลาดเกิดจากการรอคอยข้อมูลต้นทุน การส่งต่อเอกสารหลายขั้นตอน และการขาดมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน (2) การพัฒนาแนวทางการปรับปรุงกระบวนการโดยประยุกต์ใช้ไคเซ็นร่วมกับ ECRS ส่งผลให้สามารถขจัดขั้นตอนที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าและลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน (3) ผลการประเมินหลังการปรับปรุงพบว่าสามารถลดจำนวนขั้นตอนการทำงานจาก 11 ขั้นตอน เหลือ 7 ขั้นตอน ลดเวลานำของกระบวนการจาก 7,720 นาที เหลือ 1,380 นาที คิดเป็นการลดลงร้อยละ 73.3 และลดจำนวนความผิดพลาดในการจัดทำเอกสารลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของพนักงานขาย ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการปรับปรุงงานและความรู้สึกเป็นเจ้าของกระบวนการมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาไคเซ็น ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้แนวคิดไคเซ็นร่วมกับหลักการ ECRS ในกระบวนการทำงานด้านการขายสามารถก่อให้เกิดการปรับปรุงที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดสู่การกำหนดมาตรฐานการทำงานใหม่ตามวงจร PDCA และ SDCA เพื่อความยั่งยืนของการพัฒนาในระยะยาว

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

พนิดา หวานเพ็ชร. (2555). การปรับปรุงกระบวนการทำงานในแผนกบัญชีด้วย ECRS และ 5W1H. วารสารบริหารธุรกิจ, 8(2), 66–74.

ศิรัตน์ แจ้งรักษ์สกุล, คุณากร วิวัฒนากรวงศ์ และ วริศ ลิ้มลาวัลย์. (2567). การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกจัดซื้อในบริษัทค้าปลีก. วารสารวิชาการการจัดการธุรกิจ, 6(3), 85–97.

สุรชัย แพงเฮ้า. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของกิจกรรมไคเซ็นในองค์กรธุรกิจไทย. วารสารวิจัยบริหารธุรกิจ, 14(1), 23–37.

สุรัชดา สกุลสุทธิโรจน์. (2563). การใช้หลักการ ECRS ในการปรับปรุงกระบวนการสนับสนุนฝ่ายขาย. วารสารวิชาการการจัดการ, 10(3), 102–115.

ตุลาพล นิติเดชา. (2564). การปรับปรุงกระบวนการทำงานของหน่วยงานสนับสนุนในมหาวิทยาลัยด้วยเครื่องมือ Lean. วารสารการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 7(3), 45–58.

Chahal, V., & Narwal, M. S. (2017). An analysis of lean manufacturing implementation in Indian SMEs. Journal of Manufacturing Technology Management, 28(4), 488–510.

Imai, M. (1986). Kaizen: The key to Japan’s competitive success. New York, NY: McGraw-Hill.

Liker, J. K. (2004). The Toyota Way: 14 management principles from the world’s greatest manufacturer. New York, NY: McGraw-Hill.

Liker, J. K. (2021). The Toyota way (2nd ed.). New York, NY: McGraw-Hill Education.

Liker, J. K., & Convis, G. L. (2012). The Toyota way to lean leadership. New York, NY: McGraw-Hill.

Ohno, T. (1988). Toyota production system: Beyond large-scale production. Portland, OR: Productivity Press.

Reason, P., & Bradbury, H. (2008). The SAGE handbook of action research: Participative inquiry and practice (2nd ed.). London: Sage Publications.

Womack, J. P., & Jones, D. T. (2003). Lean thinking: Banish waste and create wealth in your corporation (2nd ed.). New York, NY: Free Press.