รูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดน้ำหนักสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกที่มีภาวะอ้วน: กรณีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ

Main Article Content

ญษมณ ละทัยนิล
ภณิชชา จงสุภางค์กุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดน้ำหนักสำหรับนักศึกษาที่มีภาวะอ้วน และ 2) เพื่อประเมินผลการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีภาวะอ้วน (ค่าดัชนีมวลกาย ≥ 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร) จำนวน 25 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตพฤติกรรม และบันทึกภาคสนาม กิจกรรมโปรแกรมจัดในรูปแบบเวิร์กช็อป จำนวน 6 ครั้ง ครอบคลุมเนื้อหาเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการเสริมสร้างแรงจูงใจ


ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการวิจัยได้นำมาสู่การพัฒนารูปแบบในลักษณะเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการจำนวน 6 ครั้ง ที่ครอบคลุมเนื้อหาเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการเสริมสร้างแรงจูงใจ และถูกประเมินว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นและสนับสนุน ให้นักศึกษาที่มีภาวะอ้วนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการลดน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม และ 2) พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในสามด้านหลักหลังเข้าร่วมกิจกรรม ด้านความรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโภชนาการและการเลือกอาหารที่ถูกต้อง, ด้านทัศนคติที่ดีขึ้นต่อการออกกำลังกายและความสำคัญของการดูแลสุขภาพ, และด้านพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถปรับเปลี่ยนได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การลดการบริโภคอาหารที่มีพลังงานสูง และการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ซึ่งกลไกสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือการเสริมสร้าง Self-Efficacy ผ่านการฝึกปฏิบัติจริง และการเกิดเครือข่ายสนับสนุนทางสังคมภายในกลุ่มผู้เข้าร่วม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

จิราภรณ์ แก้วดวงดี. (2562). ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่บูรณาการโภชนาการและการออกกำลังกายในนักศึกษามหาวิทยาลัย. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 14(2), 45–58.

มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก. (2567). การพัฒนาโมเดลการจัดการน้ำหนักโดยใช้แอปพลิเคชันสำหรับนักศึกษาที่มีภาวะอ้วน. มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก.

วรรณิศา มหานิล. (2564). การจัดค่ายสุขภาพเพื่อควบคุมน้ำหนักในนักศึกษา. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 51(3), 215–226.

วิชัย เอกพลากร. (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ. (2561). มหาวิทยาลัยราชภัฏ 385 แห่ง. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. เรียกใช้เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 จาก https://arit.kpru.ac.th/?page_id=209&lang=TH

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice Hall.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.

Prochaska, J. O., & DiClemente, C. C. (1983). Stages and processes of self-change of smoking: Toward an integrative model of change.

Journal of Consulting and Clinical Psychology, 51(3), 390–395. https://doi.org/10.1037/0022-006X.51.3.390

Raman, S., Selvarajoo, A., Ramakrishnan, N., Ismail, S., & Appalanaido, G. K. (2024). Assessing the effectiveness of health belief model-

based educational interventions on weight control intentions among Malaysians. Scientific Reports, 14(1), 35214. https://doi.org/10.1038/s41598-024-76114-5

Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328–335. https://doi.org/10.1177/1090 19817400200403

Telleria-Aramburu, N., & Arroyo-Izaga, M. (2021). Risk factors of overweight /obesity-related lifestyles in university students: Results from the EHU12/24 study. British Journal of Nutrition, 127(6), 914–926. https://doi. org/10.1017/S0007114521001483

World Health Organization. (2018). Obesity and overweight. https://www.who.int/ news-room/fact-sheets/detail/obesity-and- overweight