การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ
2) เปรียบเทียบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงานและขนาดโรงเรียน และ 3) ศึกษาแนวทางการการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นผู้บริหารสถานศึกษา 21 คน และครูผู้สอน 327 คน รวม 348 คน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา (Frequency, Percentage, Mean, Standard Deviation) และสถิติเชิงอนุมาน (t-test, One-Way ANOVA) รวมถึงการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า 1) การปฏิบัติในด้านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพอยู่ในระดับมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความพยายามและความสำเร็จในระดับหนึ่งในการส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันของครูและบุคลากรในโรงเรียน 2) การเปรียบเทียบตามตำแหน่ง ประสบการณ์ และขนาดโรงเรียน พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียน3) แนวทางการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของโรงเรียน การสร้างภาวะผู้นำร่วมกัน ผู้บริหารควรกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้กับครูในทุกระดับ การสร้างวัฒนธรรมร่วมกัน สร้างบรรยากาศและบริบทที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จ การจัดสภาพแวดล้อม จัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้เท่าเทียม
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาของครูอย่างเต็มที่ การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน มีการตรวจสอบและติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของบุคลากร
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เมธาสิทธิ์ ธัญรัตนศรีสกุล. (2561). ผลการใช้ชุดการสอนมินิคอร์สต่อความเข้าใจแนวคิดและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง ลิมิตของฟังก์ชัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการราชินีบูรณะวิจัย, 1(2), 1-16.
วิจารณ์ พานิช. (2557). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี
__________ (2559). บันเทิงชีวิตครูสู่ชุมชนการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยาม
วิรัชดา ทานิล. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย 8, (2), 134-146.
ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ. (2561). ภาวะผู้นำของผู้บริหาร. จาก https://www.example.com/leadership
สุวิมล โพธิ์กลิ่น. (2560). การบริหารสถานศึกษายุคใหม่ที่มีประสิทธิผล. อุบลราชธานี: โรงพิมพ์ยงสวัสดิ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2561). การประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2561. กรุงเทพฯ: สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา.
เสถียร อ่วมพรหม. (2560). แนวทางการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ Professional Learning Community: PLC. อุทัยธานี: ชมรมเด็ก.
หนูฤทธิ์ ไกรพล. (2557). การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
อังคณา จะนะบูรณ์. (2562). การศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. ใน วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
เอกพล อยู่ภักดี. (2560). ปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพของครูในโรงเรียน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 17(4), 90-101.
Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory (SEDL).
Hoy, W.K. & Miskel C.G. (2001). Education administration: Theory, research, and practice. (6th ed.). New York: McGraw-Hill.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.