https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/issue/feed
วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์
2026-09-22T14:24:19+07:00
ดร.บุญเพ็ง สิทธิวงษา
ิboounpenggg@gmail.com
Open Journal Systems
<p><em><strong>เกี่ยวกับวารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์</strong></em></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> : วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์ (JOURNAL OF RESEARCH OF SOCIAL STUDIES REVIEW) มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ พระพุทธศาสนา และปรัชญา </p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ</strong> :บทความที่เผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้ส่งบทความ (double- blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong> :</p> <ol> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ</li> </ol> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong> : ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กําหนดการออกเผยแพร่วารสาร</strong> : วารสารกําหนดวงรอบการเผยแพร่ 4 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม, ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน, ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพ</strong>ร่ :</p> <p> 1. สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร.093 5602069, 0927467383, 0892745874</p> <ol start="2"> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1Mkqzwz4sSj0jSjxSL4emmLrS5YO_tzan/edit#heading=h.gjdgxs">เทมเพลตบทความวิจัย</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1CjG4q9MuRMfj0ZHSMbSiFlvfCjQiXOLY/edit">เทมเพลตบทความวิชาการ</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1Q6PM12bdXiooct1bk8kT1Gr49Ek8svHr/edit">เทมเพลตบทวิจารณ์หนังสือ</a></li> </ol> <p>ทั้งนี้วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์ : <strong>ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าตีพิมพ์</strong></p> <p><strong>About the Journal of Research of Social Studies Review</strong></p> <p><strong>Publication Policy and Scope:</strong> The Journal of Research of Social Studies Review accepts articles in the fields of political science, public administration, education, social sciences, humanities, Buddhism, and philosophy.</p> <p><strong>Article Review Process:</strong> Articles must undergo a double-blind review process by at least three qualified reviewers. The reviewers are unaware of the author's information.</p> <p><strong>Types of Articles:</strong></p> <p>Research articles</p> <p>Academic articles</p> <p>Book reviews</p> <p><strong>Languages Accepted:</strong> Thai and English</p> <p><strong>Publication Schedule:</strong> The journal is published four times a year as follows:</p> <p>Issue 1: January - March Issue2: April - June</p> <p>Issue 3: July - September Issue 4: October - December</p> <p><strong>Contact and Submission Guidelines:</strong></p> <ol> <li>For initial inquiries, such as publication schedules, please contact the journal. 1. Acceptance letter for publication, etc. Tel. 093 5602069, 092 7467383, 089 2745874</li> <li>Research article template</li> <li>Academic article template</li> <li>Book review template</li> </ol> <p>Please note that the Journal of Research of Social Studies Review does not charge any publication fees.</p>
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/article/view/7988
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร
2026-06-09T14:25:19+07:00
ธีระพงษ์ สุขอยู่
thiraphongs67@nu.ac.th
ภาสกร เรืองรอง
thiraphongs67@nu.ac.th
<p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร ดำเนินการวิจัยเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 278 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนระยะที่สองเป็นการศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ โดยสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการทำงานเป็นทีมมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่ด้านความยืดหยุ่นมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด และ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา ควรมุ่งส่งเสริมการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาการทำงานเป็นทีม การเปิดรับความคิดเห็นที่หลากหลาย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อสร้างแนวทางการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
2026-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/article/view/8001
Guidelines แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้
2026-06-12T21:13:48+07:00
สกาวรัตน์ ขวานา
nakome49414@gmail.com
สิรินุช ใจเอื้อ
nakome49414@gmail.com
สุทธิดา ผดาวัลย์
nakome49414@gmail.com
อนุสรา อิ่มอิน
nakome49414@gmail.com
อานนท์ เอกปัชชา
nakome49414@gmail.com
สถิรพร เชาวน์ชัย
nakome49414@gmail.com
<p> บทความวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขที่ส่งผลต่อการประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาตนเองสู่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาตนเองสู่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ การวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน ครู จำนวน 1 คน และนักวิชาการศึกษา จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์เชิงอุปนัย</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการพัฒนาตนเองของผู้บริหาร ได้แก่ แรงบันดาลใจและเป้าหมายทางวิชาชีพที่ชัดเจน การตระหนักต่อบริบทการเปลี่ยนแปลง การวางแผนพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบ การใช้ข้อมูล มาตรฐาน และข้อเสนอแนะประกอบการพัฒนา การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การบริหารแบบมีส่วนร่วม และการสร้างผลงานทางวิชาการจากปัญหาจริง ส่วนเงื่อนไขที่ส่งผลต่อความไม่สำเร็จ ได้แก่ การขาดเป้าหมาย การขาดแผนพัฒนา การไม่เชื่อมโยงการพัฒนากับผลลัพธ์ของสถานศึกษา ข้อจำกัดด้านเวลา ภาระงาน และการขาดเครือข่ายสนับสนุน 2) แนวทางการพัฒนาตนเองประกอบด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ การประเมินตนเองและวางแผนพัฒนา การพัฒนาสมรรถนะทางการบริหาร การบริหารแบบมีส่วนร่วมและใช้เครือข่ายเป็นฐาน การสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และการพัฒนาผลงานทางวิชาการจากงานประจำและปัญหาจริงของสถานศึกษา </p>
2026-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/article/view/7592
แบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน ของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1
2026-05-17T12:25:54+07:00
ศิวพร พรมนิล
sivapornpromnin@gmail.com
นันทิมา อัศวรักษ์
sivaphornp67@nu.ac.th
<p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของครู 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับคุณภาพชีวิตการทำงานของครู และ 4) ศึกษาภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 285 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.7 </p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการสร้างความไว้วางใจมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) ระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านความสัมพันธ์ทางสังคมในองค์กรมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3) ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตการทำงานของครูในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านการสร้างความไว้วางใจมีความสัมพันธ์สูงสุด 4) ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 6 ด้าน ร่วมกันพยากรณ์คุณภาพชีวิตการทำงานของครูได้ร้อยละ 58.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยด้านการสร้างความไว้วางใจส่งผลมากที่สุด</p>
2026-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/article/view/7731
แนวทางการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2
2026-05-20T08:33:33+07:00
พรนภา พฤติเจริญ
phornnapap67@nu.ac.th
เฮนรี ยู อันจุนดา
phornnapap67@nu.ac.th
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาอุปสรรคและความต้องการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 และ 2) พัฒนาและหาความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของแนวทางการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา จำนวน 10 คน เครื่องมือ คือ แบบสัมภาษณ์ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการนิเทศภายในสถานศึกษา จำนวน 5 คน เครื่องมือ คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานศึกษามีการดำเนินงานนิเทศอย่างเป็นระบบ แต่มีอุปสรรคด้านภาระงานที่ทับซ้อนและทัศนคติของผู้รับการนิเทศ และมีความต้องการพัฒนาระบบการนิเทศที่มีความคล่องตัวและลดภาระงานเอกสาร 2) แนวทางการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ บุคลากรและคุณลักษณะของผู้นิเทศ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการนิเทศ บรรยากาศการนิเทศ เครื่องมือและนวัตกรรมการนิเทศ การมีส่วนร่วมและเครือข่ายการนิเทศ และโครงสร้างและแผนการดำเนินงาน โดยมีกระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน คือ การเตรียมการและสร้างความเข้าใจร่วมกัน การวางแผนการนิเทศ การดำเนินการนิเทศตามสภาพจริง การสะท้อนผลและให้ข้อมูลป้อนกลับ และการประเมิน ปรับปรุงและเผยแพร่ ผลการประเมิน พบว่า แนวทางมีความเหมาะสมและมีความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก และเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2026-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JRSR/article/view/7863
แนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารงานงบประมาณ ของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร
2026-05-31T09:27:00+07:00
ธีรศานต์ แซ่อ๊วง
theerasanboss@gmail.com
ภาสกร เรืองรอง
theerasans67@nu.ac.th
เอกสิทธิ์ เทียมแก้ว
theerasans67@nu.ac.th
<p> การวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา และ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 278 คน ได้รับแบบสอบถามกลับคืนร้อยละ 100 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ความเสี่ยงในการดำเนินงานบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยพิจารณาใน 4 ด้าน ได้แก่ <br />ด้านการบริหารงานการเงิน ด้านการบริหารงานบัญชี ด้านการบริหารพัสดุและสินทรัพย์ และด้านการจัดทำแผนปฏิบัติการ ทั้งนี้ ประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำเอกสารทางการเงินไม่ครบถ้วน การขาดขั้นตอนตรวจสอบก่อนเบิกจ่าย และการกำหนดเป้าหมายแผนงบประมาณ<br />ที่ไม่สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา</p>
2026-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมศึกษาปริทัศน์