การจัดการการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพขององค์การบริหาร ส่วนตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

Main Article Content

หามะกอเซ็ง เจะมะ
วิทยาธร ท่อแก้ว
กานต์ บุญศิริ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) นโยบายและพันธกิจการจัดการการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ 2) กระบวนการจัดการการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ และ 3) แนวทางการพัฒนาการจัดการการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มุ่งศึกษาผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการจัดการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 32 คน จาก 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้กำหนดนโยบาย 2) ผู้ปฏิบัติงานการจัดการการสื่อสาร 3) ผู้ปฏิบัติงานในเครือข่ายสาธารณสุข 4) ผู้นำชุมชน 5) ตัวแทนประชาชน และ 6) นักวิชาการและนักวิชาชีพด้านการสื่อสาร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์รายบุคคล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงประเด็น


ผลการวิจัย พบว่า 1) นโยบายและพันธกิจด้านการสื่อสารสุขภาพมีการกำหนดอย่างเป็นระบบ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เริ่มจากการสำรวจข้อมูลจริงในพื้นที่เพื่อนำไปกำหนดเป้าหมายและแผนงานที่เหมาะสม มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องผ่านสื่อหลากหลาย พร้อมพัฒนาการสื่อสารสองทางและศักยภาพชุมชนอย่างต่อเนื่อง 2) กระบวนการสื่อสารใช้ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล เช่น วิทยุชุมชน เสียงตามสาย สื่อสังคมออนไลน์ และการสื่อสารผ่านผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังพบอุปสรรคด้านภาษา ความแตกต่างทางวัฒนธรรม การเข้าถึงเทคโนโลยี และข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ และ
3) แนวทางการพัฒนา ควรเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบูรณาการนโยบายด้านสุขภาพกับแผนพัฒนาท้องถิ่น การส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารสุขภาพในชุมชน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. (2564). แนวทางการสื่อสารสุขภาพเพื่อชุมชน. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2563). การสื่อสารความเสี่ยงและการส่งเสริมสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สุจิตรา ศรีนวล และคณะ. (2565). การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมสุขภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารการสื่อสารและนวัตกรรม, 11(2), 45–60.

Figueroa, M. E., Kincaid, D. L., Rani, M., & Lewis, G. (2002). Communication for Social Change: An Integrated Model for Measuring the Process and Its Outcomes. New York : Rockefeller Foundation.

Hovland, C. I., & Weiss, W. (1951). The Influence of Source Credibility on Communication Effectiveness. Public Opinion Quarterly, 15(4), 635–650.

Kotler, P., & Zaltman, G. (1971). Social Marketing: An Approach to Planned Social Change. Journal of Marketing, 35(3), 3–12.

McQuail, D. (2010). McQuail’s Mass Communication Theory. (6th ed.). London: Sage Publications.

Nutbeam, D. (2008). Health Promotion Glossary. Health Promotion International, 13(4), 349–364.

Rogers, E. M. (2003). Diffusion of Innovations. (5th ed.). New York : Free Press.

Schiavo, R. (2014). Health Communication: From Theory to Practice. (2nd ed.). Jossey-Bass.

Servaes, J. (2008). Communication for Development and Social Change. New Delhi : Sage.