การพัฒนาทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นโดยใช้ชุดฝึกทักษะตามแนวสตอรี่ไลน์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

เจนวิทย์ ต่อพัฒนนันท์
นพวรรณ ฉิมรอยลาภ
ยุพกา ฟูกุชิม่า

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถการพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นตามแนวสตอรี่ไลน์ 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์การพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นหลังการใช้ชุดฝึกทักษะตามแนวสตอรี่ไลน์ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดฝึกทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นตามแนวสตอรี่ไลน์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น โดยใช้แบบแผนการทดลองกลุ่มเดียว กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เลือกเรียนแผนการเรียนภาษาญี่ปุ่น โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ภาคปลาย ปีการศึกษา 2568 จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดฝึกทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นตามแนวสตอรี่ไลน์ จำนวน 7 บท 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าพัฒนาการสัมพัทธ์ การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระจากกัน


ผลการวิจัย พบว่า 1) ความสามารถการพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์การพูดภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นหลังการใช้ชุดฝึกทักษะผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 91.67 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 3.63, S.D. = 0.55)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

ดวงแข มณีศิริ. (2561). การพัฒนาชุดฝึกทักษะเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.

ทิศนา แขมมณี. (2548). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นิคม กงนะ, อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์ และศิริรัตน์ ศรีสอาด. (2568). การพัฒนากิจกรรมตามแนวคิดสตอรีไลน์เพื่อส่งเสริมการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม: ภาษาญี่ปุ่น. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(4), 292-306.

นิธิวรรณ นุชน้อย. (2560). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสตอรี่ไลน์ที่มีต่อทักษะการใช้ภาษาไทยและเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในกรุงเทพมหานคร. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วลัย พานิช. (2547). การสอนด้วยวิธีสตอรีไลน์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. (2568). บีโอไอจับมือญี่ปุ่น เดินหน้าลงทุนไทย ในโลกการค้ายุคใหม่. เรียกใช้เมื่อ 17 ตุลาคม 2568 จาก https://osos.boi.go.th/TH/ news/2239/

สุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2547). การสร้างสื่อการสอนและนวัตกรรมการเรียนรู้สู่การพัฒนาผู้เรียน. ราชบุรี: ธรรมรักษ์การพิมพ์.

สุวิทย์ มูลคำ และสุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2550). การพัฒนาผลงานทางวิชาการสู่การเลื่อนวิทยฐานะ. กรุงเทพมหานคร: อี.เค.บุ๊คส์.

อรรถพล อนันตวรสกุล. (2545). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยวิธี Storyline. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Daryanes, F., Darmadi, D., Fikri, K., Sayuti, I., Rusandi, M. A. & Situmorang, D. D. B. (2023). The development of articulate storyline interactive learning media based on case methods to train student’s problem-solving ability. Heliyon, 9(4). https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2023.e15082

Japan External Trade Organization. (2021). Results of survey “Trend Survey of Japanese Companies in Thailand 2020”: Activities of 5,856 Japanese companies confirmed. Retrieved Febuary 15, 2025, from https://www.jetro.go.jp/thailand/topics/_466649.html

Mishra, P. (2017). Unit 3 - Speaking skill. In Pedagogy of English teaching (Part I) CPS 5 (pp. 138-155). Uttarakhand Open University.

The Japan Foundation. (2010). JF Standard for Japanese-Language Education 2010. Tokyo: The Japan Foundation.

Trisnaningsih, W. (2015). Using worksheets to teach English speaking skill. Premise Journal, 4(2), 13-20.