การพัฒนาชุดกิจกรรมการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานรายวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดหนองคาย

Main Article Content

พระมหาศิริพงค์ ปญฺญาวชิรเมธี
พระมหาอภิสิทธิ์ ภูริปญฺโญ
ปาณจิตร สุกุมาลย์
สมชัย ศรีนอก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน 2) พัฒนาแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ก่อนและหลังเรียน 4) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ เป็นการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนที่ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดหนองคาย โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาสภาพ รวมทั้งสิ้น 144 รูป กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครชชี่แอนมอร์แกรน และสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนที่ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 36 รูป โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษาวัดศรีษะเกษ จังหวัดหนองคาย ใช้การสุ่มตัวอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ 1)แบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนรู้ 2)แผนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ไทย 3) แบบวัดการคิดวิเคราะห์ทางการเรียน 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที (t-test)


ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้การพัฒนาแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.04, S.D. = 0.37) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน 2. ประสิทธิภาพของของแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน ตามเกณฑ์ 80/80 พบว่า ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.62/86.87 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ที่เรียนด้วยด้วยแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4. ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 4.35, S.D. = 0.36)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

_______. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

_______. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Bell, S. (2010). Project-Based Learning for the 21st Century: Skills for the Future. The Clearing House, 83(2), 39–43.

Blumenfeld, P. C., Soloway, E., Marx, R. W., Krajcik, J. S., Guzdial, M., & Palincsar, A. (1991). Motivating Project-Based Learning: Sustaining

the Doing, Supporting the Learning. Educational Psychologist, 26(3-4), 369–398.

Dewey, J. (1938). Experience and Education. New York: Macmillan.

Piaget, J. (1964). Development and Learning. Journal of Research in Science Teaching, 2(3), 176–186.

Slavin, R. E. (1995). Cooperative Learning: Theory, Research, and Practice. Boston: Allyn and Bacon.

Thomas, J. W. (2000). A Review of Research on Project-Based Learning. California: The Autodesk Foundation.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.