การศึกษาบริบท ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกตของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขนาดเล็ก

Main Article Content

นิภาพร วรรณทอง
ชุลิดา เหมตะศิลป์
วิศรุต พยุงเกียรติคุณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบท ปัญหา และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการสังเกตของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) เพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์ มุมมอง และความต้องการของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ในขั้นทำความเข้าใจปัญหา (Empathize) และ 3) เพื่อสังเคราะห์ประเด็นข้อกำหนดเชิงออกแบบ (Design Requirements) สำหรับการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกตของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ในขั้นการทำความเข้าใจปัญหา (Empathize) เพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 86 คน ผู้ปกครอง จำนวน 15 คน ครูวิทยาศาสตร์ จำนวน 15 คน และผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน จากโรงเรียนขนาดเล็กในเครือข่ายกลุ่มลำพะยังนารายณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยเครื่องมือสำหรับการทำความเข้าใจผู้ใช้ตามแนวคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) จำนวน 6 เครื่องมือ เช่น แบบทบทวนนิยาม แบบระบุผู้ที่เกี่ยวข้อง แบบระบุระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แบบลงรายละเอียดของสิ่งที่ได้สังเกตมา แบบกำหนดแนวทางการสัมภาษณ์ และแบบสัมภาษณ์ความต้องการจำเป็นและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์ประเด็นเชิงออกแบบ


ผลการวิจัยพบว่า


1) โรงเรียนขนาดเล็กมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและภาระงานครู ทำให้การเรียนรู้เน้นการบรรยายมากกว่าการปฏิบัติส่งผลให้นักเรียนขาดทักษะการสังเกตและการคิดทางวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนขนาดเล็ก


2) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเห็นตรงกันว่า การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาควรเน้นการลงมือปฏิบัติและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกตและการคิดทางวิทยาศาสตร์ โดยครูต้องการสื่อที่ใช้ได้จริง นักเรียนสนใจกิจกรรมท้าทาย ผู้ปกครองต้องการเชื่อมโยงชุมชน และผู้บริหารสนับสนุนกิจกรรมที่เหมาะสมกับข้อจำกัดของโรงเรียนขนาดเล็ก


3) การพัฒนาชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาควรเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ เชื่อมโยงกับบริบทชุมชน และใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เพื่อให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของโรงเรียนขนาดเล็ก โดยกิจกรรมควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สังเกต ตั้งคำถาม ทดลอง และแก้ปัญหาผ่านภารกิจที่ท้าทาย เพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกตและกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2556). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร, 33(2), 49-56.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2567). ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. เรียกใช้เมื่อ 12 มกราคม 2569 จาก https://www.scimath.org/ escivocab-chemistry/item/17554-scientific-process-skill

สุวิทย์ มูลค่า และอรทัย มูลค่า. (2547). การสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. (2567). แผนบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กาฬสินธุ์: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานประจำปี 2559 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา: การบูรณาการสู่แผนการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Barley, Z. A., & Beesley, A. D. (2007). Rural school success: What can we learn? Journal of Research in Rural Education, 22(1), 1–16.

Brown, T. (2008). Design thinking. Harvard Business Review, 86(6), 84–92.

Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. NSTA Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Kusmin, M., Saar, M., & Laanpere, M. (2018). Smart schoolhouse-designing IoT study kits for project-based learning in STEM subjects. IEEE Global Engineering Education Conference (EDUCON), 1514–1517. https://doi. org/10.1109/EDUCON.2018.8363412

Liedtka, J. (2018). Why design thinking works. Harvard Business Review, 96(5), 72–79.

NGSS Lead States. (2013). Next Generation Science Standards: For states, by states. National Academies Press.

OECD. (2023). PISA 2022 results (Volume I): The state of learning and equity in education. OECD Publishing. https://gpseducation.oecd.org/Country Profile?primaryCountry=THA&topic=PI&treshold=10

Padilla, M. J. (1990). The science process skills. Research Matters—To the Science Teacher, 9004, 1–4.